
ลูกศิษย์ที่ช้าที่สุดของโค้ชโคอิเดะ คว้า 2 เหรียญมาราธอนโอลิมปิก
โยชิโอะ โคอิเดะเล่าถึง
นักวิ่งอาชีพที่ช้าที่สุด
ที่เขาเคยสอนมา
จากที่เห็นโปรไฟล์ในวันแรก
โค้ชบอกเลยว่าคนนี้
ไม่มีทางไปวิ่งโอลิมปิกได้
นี่คือเรื่องราวของ
🎽 ยูโกะ อาริโมริ
เธอไม่มีความเร็ว
แต่เธอมีความตั้งใจสูง
ขยันและเชื่อมั่นในตัวเอง
มีความฝันอยากติดทีมชาติ
ลงแข่งโอลิมปิก
ตอนที่โค้ชโคอิเดะเจอเธอครั้งแรก
หลังจากที่เพิ่งเข้ารับงานโค้ชใหม่ๆ
ที่ทีมองค์กร Recruit Running Club
ครูที่มหาวิทยาลัยเธอแนะนำ
ให้โค้ชโคอิเดะรับเธอเป็นลูกศิษย์
โดยครูคนนั้นบอกว่า
"อาริโมริไม่มีความเร็ว
แต่เธออยากเป็นนักวิ่งอาชีพ"
แน่นอนตอนแรก
โค้ชโคอิเดะปฏิเสธทันที
เพราะเธอแทบไม่มีผลงานอะไรเลย
PB 3,000 เมตร
ของเธอยังแพ้เด็กมัธยม
และทีมวิ่ง Recruit ก็เพิ่งก่อตั้ง
จึงอยากได้เด็กมัธยม
ที่มีอนาคตมาอยู่ในทีม
ไม่ใช่เด็กมหาลัยที่วิ่งช้า
แม้จะโดนปฏิเสธแต่อาริโมริ
ไม่ยอมแพ้ในความตั้งใจ
เธอมาหาโค้ชโคอิเดะหลายครั้ง
และขอร้องให้รับเข้าทีม
จนครูมหาวิทยาลัยบอกว่า
ถ้าเธอไม่รุ่งในชมรมวิ่ง
ให้เธอเป็นผู้ช่วยก็ได้
สุดท้ายโค้ชโคอิเดะก็รับเธอเข้าทีม
เมื่อเข้าทีมมาก็ไม่มีอะไร
ประหลาดใจเพราะโค้ช
บอกว่าเธอวิ่งช้ามาก
และสรีระก็ไม่ใช่นักวิ่งด้วย
เวลาซ้อม Long Run
ก็ช้าที่สุดในทีม วิ่งระยะกลางก็ช้า
ตอนลงแข่งระดับองค์กร 800 เมตร
ก็ตกรอบแรกเมื่อผลงานแบบนี้หลายคน
คงขอลาออกจากทีมแล้ว
แต่ไม่ใช่กับอาริโมริ
เพราะอย่าลืมว่าจุดแข็งเธอคืออะไร
เธอมั่นใจในตัวเองสูง
และขยันซ้อม เธอซ้อมหนักขึ้น
หนักขึ้น และทุกครั้งที่ซ้อม
แม้เธอจะช้าที่สุดในกลุ่ม
แต่เธอไม่เคยท้อ พยายาม
วิ่งตามกลุ่มตลอด
จากความพยายามนั้น
ทำให้โค้ชโคอิเดะเริ่มเห็น
ความตั้งใจของเธอมากขึ้น
จึงบอกเธอว่า
"ที่ของเธอคือมาราธอน"
เธอยิ้มและตอบรับทันทีว่า
"ได้ค่ะ ฉันจะทำเต็มที่"
นั่นคือจุดเริ่มต้นชีวิต
มาราธอนของอาริโมริ
เมื่อเริ่มซ้อมมาราธอน
ความสามารถที่ซ่อนอยู่
ในตัวเธอก็เริ่มปรากฏ
📆 ปี 1990
เธอจะลงแข่งมาราธอนแรก
ที่ Osaka Women’s Marathon
เธอซ้อมหนักมาก เมื่อใกล้ถึงวันแข่ง
โค้ชโคอิเดะบอกว่าเธอบาดเจ็บ
แต่สุดท้ายก็หายเมื่อถึงวันแข่ง
ช่วงแรกเกมเปิดเร็วมาก
เธอหลบอยู่ในกลุ่มหลัง
จนกระทั่งถึงกิโลเมตรที่ 23
เธอเริ่มไล่ขึ้นมา และสุดท้าย
จบอันดับ 6 Overall
เวลา 2:32:51 ชั่วโมง
เป็นมาราธอนแรกที่เร็วที่สุด
ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น (ตอนนั้น)
📆 ปีถัดมาเธอจบอันดับ 2
ที่โอซาก้างานเดิม
เวลา 2:28:01 ชั่วโมง
ติดทีมชาติลงแข่งชิงแชมป์โลก
ที่โตเกียวและจบอันดับ 4 ของโลก
📆 ปี 1992
เธอติดทีมชาติลงแข่ง
มาราธอน โอลิมปิก 1992
จบอันดับ 2 คว้าเหรียญเงิน
📆 ปี 1996
เธอลงแข่งโอลิมปิกอีกครั้ง
ที่แอตแลนตาจบอันดับ 3
ได้เหรียญทองแดงไปครอง
แม้เริ่มต้นช้าแต่ความ
พยายามของเธอไม่เคยหยุด
และเธอไม่ยอมแพ้
ต่อความฝันโอลิมปิก
จนประสบความสำเร็จ
อาริโมริถือเป็นนักวิ่งอาชีพ
คนแรกของญี่ปุ่น
ตามนิยามความหมาย
ของคนทั้งโลกที่ไม่ได้
กินเงินเดือนเหมือนกับ
นักวิ่งองค์กรในญี่ปุ่น
🔺 ยูโกะ อาริโมริเปรียบเสมือนพี่สาวคนโตในบรรดาลูกศิษย์
ทุกคนของโค้ชโคอิเดะ
เพราะเธอคือศิษย์คนแรก
ของโคอิเดะ ก่อนที่จะตามมา
อีกหลายคนไม่ว่าจะเป็น
นาโอโกะ ทาคาฮาชิ
และฮิโรมิ ซูซูกิ พวกเธอเหล่านี้
ล้วนคว้าเหรียญรางวัล
ในการแข่งมาราธอนระดับ
นานาชาติทั้งชิงแชมป์โลกและโอลิมปิก
รวมไปถึงสถิติโลกที่เบอร์ลิน
เรื่องสถิติโลกนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
เดี๋ยวมีเล่าให้ฟังในโพสต์ต่อๆ ไป
ถึงการซ้อมของทาคาฮาชิ
※ มีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้น
ในปี 2019 ทั้ง 3 คนข้างต้น
ถือเป็นศิษย์เอกของโค้ชโคอิเดะ
พวกเธออยู่พร้อมหน้ากัน
โดยมิได้นัดหมายที่งาน
Nagoya Women’s Marathon
ซึ่งโค้ชโคอิเดะก็ไปดูแลนักวิ่งอีกคน
ที่มาวิ่งวันนั้นด้วย
ทำให้ได้เจอกันพร้อมหน้า
พูดคุยถึงเรื่องต่างๆ รวมถึงการแข่งมาราธอน
ที่จะเกิดขึ้นในโอลิมปิกโตเกียว 2020
และถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน
นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขา
ได้อยู่พร้อมหน้ากัน
จากนั้นประมาณ 1 เดือนต่อมา
โค้ชโคอิเดะก็จากไปในวัย 80 ปี
ที่จังหวัดชิบะ บ้านเกิดของเขา
เรื่องนี้มันทั้งเศร้าและกินใจ
ผมเขียนถึงทีไรทำหน้าซึมตลอด
โดยเฉพาะหลังจากที่อาริโมริ
ทราบข่าวการจากไปของโค้ช
เธอร้องไห้พร้อมกับกล่าวว่า
🗨️ "ฉันนึกว่าเราจะได้ดู
มาราธอนโอลิมปิก โตเกียว
2020 ด้วยกัน"
ผมเพิ่งเขียนเรื่องนี้ไป
ไม่กี่วันก่อน แต่หยิบมาเล่าอีกครั้ง
เพราะไหนๆ ก็พูดถึงอาริโมริแล้ว
ยูโกะ อาริโมริปัจจุบันเธอ
ดำรงตำแหน่งประธาน
สหพันธ์กรีฑาญี่ปุ่น หรือ JAAF




