
การวิ่งสุดท้ายของโยชิโอะ โคอิเดะ
ช่วงนี้จะมีโพสต์และเรื่องราว
จากโค้ชโยชิโอะ โคอิเดะบ่อย
อย่าเพิ่งเบื่อกัน เพราะผมกำลังอิน
กับหนังสือที่โค้ชเขียนอยู่
มีข้อมูลหลายเรื่องที่ทำให้
ตื่นเต้นมากมาย เรื่องที่เรา
อ่านแล้วรู้สึกว่าฉลาดขึ้น
ระหว่างอ่านผมอยากให้ทายว่า
โค้ชโคอิเดะจบมาราธอนเวลาไหน
เชื่อว่าไม่มีใครทายถูก
บทความนี้เป็นตอนพิเศษ
ในซีรีส์ "วิธีวิ่งมาราธอนให้เร็ว
หลังกิโลเมตรที่ 30"
จากหนังสือเรื่อง
30キロ過ぎで一番速く走るマラソン サブ 4・サブ3を達成する練習法
"วิธีวิ่งมาราธอนให้เร็วหลังกิโลเมตรที่ 30
สำหรับ Sub-3 และ Sub-4"
เขียนโดยโคอิเดะ โยชิโอะ
โค้ชของนาโอโกะ ทาคาฮาชิ
นักวิ่งเหรียญทองมาราธอนโอลิมปิก
ที่ซิดนีย์ 2000 ต่อด้วยทำลายสถิติโลก
ที่เบอร์ลินในปี 2001 รวมถึงนักวิ่ง
เหรียญรางวัลโอลิมปิกและชิงแชมป์โลก
อีกหลายคน
🔺 นำมาให้อ่านเป็นแรงบันดาลใจ
โค้ชโคอิเดะเล่าเรื่องการวิ่งครั้งสุดท้ายของตัวเอง
เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่มีเป้าหมายมาราธอน
ไม่ว่าจะเป็น Sub-3 หรือ Sub-4 แค่วางกลยุทธ์ให้ดี
ก็สามารถทำได้ทุกคน
เป็นเรื่องเมื่อกว่า 10 ปีก่อน
(ถ้าปัจจุบันก็ประมาณ 26 ปี)
โค้ชโคอิเดะฉลองอายุ 60 ปี
ด้วยการวิ่งมาราธอนที่งาน Hokkaido Marathon
พร้อมกับฮิโรมิ ซูซูกิ อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติญี่ปุ่น
ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของโค้ช
เจ้าของเหรียญทองชิงแชมป์โลก
ตอนนั้นโค้ชโคอิเดะ
มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วญี่ปุ่น
จากการปั้นนักวิ่งหลายคน
เป็นการกลับมาวิ่งมาราธอน
ในรอบหลายปีของโค้ช
และไม่ค่อยได้ซ้อมด้วย
เขาจึงไม่ฝืนตัวเองในช่วงต้น
วิ่งแบบสบายๆ ช้าๆ ไปเรื่อยๆ
ผ่านไป 5 กิโลเมตรก็เจ็บขา
ถึงกับต้องนั่งลงกับพื้นและคิดจะเลิกวิ่ง
แต่มีลุงข้างทางตะโกน
เสียงดังมากว่า "โค้ช! ฮึดหน่อย!"
โค้ชโคอิเดะตกใจ รีบผูกเชือก
รองเท้าใหม่แล้วลุกขึ้นวิ่งต่อ
ถึงแม้จะกลับมาวิ่งต่อแต่ก็ยังช้ามาก อีกทั้ง
งานที่ฮอกไกโดแข่งฤดูร้อน
ทำให้กระหายน้ำมาก ต้องแวะดื่มน้ำบ่อย
ซูซูกิที่วิ่งด้วยกัน เธอจะล่วงหน้าไป
ที่จุดให้น้ำก่อนซึ่งห่างออกไปหลายร้อยเมตร
เพื่อไปหยิบน้ำกลับมาให้โค้ช
เพราะกลัวจะเป็นลมในการฉลองวัย 60
คนรอบๆ ต่างก็หัวเราะกับเหตุการณ์นั้น
เนื่องจากโค้ชโคอิเดะ วิ่งด้วยเพซสบายๆ ตลอด
ในช่วงครึ่งแรกของการแข่งขัน
ทำให้หลังกิโลเมตรที่ 30
แกมีแรงเหลือเยอะมาก
ช่วงท้ายของการแข่งขัน
กำลังจะถึงเส้นชัย แกเร่งความเร็วขึ้น
และแซงไปหลายคน
จบ 42.195 กิโลเมตร
เวลา 3 ชั่วโมง 17 นาที
ไม่ใช่แค่ Sub-4 แต่เป็น Sub-3:30 ด้วย
หลายคนบอกเขาว่า
"อายุ 60 แล้วยังทำ Sub-4 ได้
สุดยอดเลยนะครับ"
แต่สำหรับโค้ชโคอิเดะ
เวลานี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่
เพราะคนมีประสบการณ์
"รู้ว่าถ้าวิ่งเพซนี้
จะยังมีแรงปลายแน่"
เคล็ดลับของมาราธอนมันฝังอยู่ในตัวแล้ว
สิ่งที่โค้ชโคอิเดะอยากบอก
ทุกคนคือแม้ว่าจะวิ่งช้าๆ
แบบไม่ฝืน ก็สามารถทำ
Sub-3:30 ได้แม้ในวัย 60 ปี
🔺 ทุกวันนี้ (ตอนนั้น)
โค้ชโยชิโอะ โคอิเดะ อายุ 70 กว่าแล้ว
แต่เขายังมั่นใจว่า สามารถวิ่ง Sub-3 ได้
แต่หลังแข่งที่ฮอกไกโดครั้งนั้น
โค้ชก็ไม่ได้ลงมาราธอนอีกเลย
เพราะพออายุเยอะก็มีคน
รอบข้างเป็นห่วงเยอะ
โค้ชโคอิเดะอยากบอก
กับทุกคนว่า การได้ลงงาน
มาราธอนนั้นเป็นความสุข
สุขตั้งแต่วันที่เริ่มซ้อม
พร้อมกับเป้าหมายใหม่
และวินาทีที่เข้าเส้นชัย
เมื่อทำเวลาได้ตามเป้าหมาย
เมื่อถึงวันนั้นคุณจะยิ่งรัก
มาราธอนมากขึ้น




