
รีวิว GEL-NIMBUS 28 รองเท้า Sub-7

"ไม่ใช่รองเท้าที่จะพาทำ PB
แต่เป็นรองเท้าที่จะพาคุณ
กลับบ้านอย่างปลอดภัย
โดยไม่มีอาการบาดเจ็บ"
รองเท้าแนะนำ
สำหรับคนที่มีเป้าหมาย
จบให้ทัน Cut Off
ไม่ว่าจะระยะไหนก็ตาม
ASICS มีรองเท้าซ้อม
ประจำวันหลายรุ่น เช่น
GT-2000 14, GEL-CUMULUS 27
และ NOVABLAST 5
ส่วนซีรีส์ GEL-KAYANO และ
GEL-NIMBUS เป็นรองเท้า
ซ้อมประจำวันระดับพรีเมียม
(ทั้งคุณภาพและราคา) ของ ASICS
🔺
ผมไม่ได้ใส่รองเท้าพื้นหนา
นุ่มฟู มานานมาก

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
จะใส่แต่ ASICS EvoRide SPEED 3
พื้นบางเด้งเบา ความรู้สึก
เท้าสัมผัสพื้นมาเต็ม
ใส่ไป 450 กิโลเมตร
สภาพยังดีมาก เป็นรองเท้า
ใส่ซ้อมที่ดีที่สุดใน
ประวัติศาสตร์ของผมเลย
เสียดาย Asics Thailand
ไม่นำรุ่นนี้มาขายในไทย
เมื่อใส่พื้นบาง
ทำให้ชินเวลาเท้าสัมผัสพื้น
และเมื่อมาใส่ GEL-NIMBUS
ที่มาสายนุ่มและนุ่ม (อีกรอบ)
มันเหมือนเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ
👉 รีวิวนี้ผมจะไม่ค่อยพูดถึงสเปค
เพราะหาดูและอ่านได้ทั่วไป
แต่สิ่งที่สำคัญเวลาคนดูหรือ
อ่านรีวิวรองเท้าคือ
"ความรู้สึกหลังจากใช้งานจริง
มันเป็นอย่างไรมากกว่า
คำพูดและเทคโนโลยี
สวยหรูบนหน้ากระดาษ"
และต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมค้นพบ
จากการได้วิ่งบนก้อนเมฆจากญี่ปุ่น
🔺
ความรู้สึกแรกพบ

ASICS GEL-NIMBUS 28 (สี Tokyo Marathon Collection)
เบา แม้รองเท้าจะหนาและใหญ่
ตอนจับครั้งแรกเกร็งข้อมือรอไว้แล้ว
แต่มันเบากว่าที่คิด (ประมาณ 280 กรัม)
ผมเคยบอกว่า METASPEED TOKYO
เรา(ผม)จะยิ้ม เฉกเช่นเดียวกันกับ
มาร์ค มาร์เกซ ตอนได้ขับ GP25 ครั้งแรก
ตอนที่ใส่วิ่งไป 1 กิโลเมตรแรก
แต่กับ GEL-NIMBUS 28
ผมยิ้มตั้งแต่ลองใส่และเดินไปมาแล้ว
อันนี้ความรู้สึกตอนนั้นจริงๆ
มันนุ่ม กระชับ และเกาะพื้น
นึกว่ารองเท้าสำหรับใส่เดิน
ที่พอวิ่งได้นิดหน่อย
แนะนำ ถ้าใครไม่อยากซื้อ
อย่าไปลองใส่ เพราะพลัง
ทำลายล้างสูงมาก สบายจริงๆ
🔺
พื้น
รุ่นนี้ใช้พื้นที่เป็นส่วนยึดเกาะ
2 แบบคือ ASICSGRIP และ
AHAR+ ได้ทั้งเรื่อง
ความทนและประสิทธิภาพ
จากการลองใช้พบว่า
พื้นมันหนึบ และแน่นมาก
แม้ตัวรองเท้าจะนุ่มแต่ไม่รู้สึก
ว่าโยกเยกชวนเวียนหัว
ไม่มีลื่นแน่นอน
🔺
นุ่มเกิน (เสียงสูง)
GEL-NIMBUS รุ่นก่อนๆ
พื้นรองเท้าชั้นกลางนุ่มและ
ให้แรงดีดกลับที่แข็งหลังลงพื้น
ทำให้ล้าได้เวลาวิ่งนานๆ
ถ้าขาและข้อเท้าไม่แข็งแรง
ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับมือใหม่
แต่กับ GEL-NIMBUS 28
นี่คือการพัฒนาที่ก้าวกระโดด
ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันนุ่มมาก
เหมือนเมฆดั่งความหมาย
ของคำว่า NIMBUS (ภาษาลาติน)
แรงดีดกลับไม่รู้สึกว่ามี
สามารถลงเท้าได้ทั่วฝ่าเท้า
ไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง
รวมถึงมี PureGEL ที่บริเวณส้นเท้า
ทำให้ซับแรงกระแทกได้ดี
🔺
ลิ้นรองเท้า
ในส่วนที่อยู่บนหลังเท้า
ตรงที่ร้อยเชือกทับไปมา
ทำไมไม่มีใครทำแบบนี้
นี่คือส่วนที่ผมชอบที่สุดของ
GEL-NIMBUS 28
ก่อนหน้านี้ผมมีปัญหา
เรื่องเจ็บหลังเท้า (ในบางครั้ง)
เวลาวิ่ง เพราะผ้าตรงส่วนนี้
มันไม่ยืดหยุ่นบวกกับ
การรัดเชือกที่แน่นไป
ทำให้เจ็บหลังเท้าเวลาวิ่ง
แต่ GEL-NIMBUS 28
มันยืดได้ ไม่ใช่แค่นิดเดียว
นึกว่ายางยืดที่ขอบกางเกง
ทำให้ไม่เจ็บหลังเท้า
และระบายอากาศดี
🔺
ห้องเครื่อง
เมื่อสวมเท้าเข้าไป
เราจะรู้สึกถึงการโอบรับเท้า
แบบหลวมๆ คาแรกเตอร์
ต่างจาก METASPEED TOKYO
ที่ตัวนั้นผมรู้สึกว่าอุ้งมีอะไรมาโอบรับ
ส่วนส้นเท้าและปลายเท้าโปร่งสบาย
แต่กับ GEL-NIMBUS 28
เน้นไปที่ส้นเท้าล็อกแน่น
ส่วนอุ้งเท้าไม่รู้สึกรัด
แต่จะรู้สึกว่ามีซับพอร์ต
เวลาเท้าแตะพื้นและยกขึ้น
ปลายเท้าเอกลักษณ์
ที่ชัดเจนของ Asics
ค่อนข้างกว้างและไม่บีบรัด
มีพื้นที่ด้านข้างสำหรับนิ้วก้อย
และนิ้วโป้งพอสมควร
(แม้จะเป็นรุ่นไม่ Wide)
ต้องบอกว่าผมเป็นคนเท้าแบนมาก
ในทุกมาราธอนก่อนที่จะมาใส่ Asics
นิ้วก้อยพองทั้งสองเท้าตลอด
มีลามมานิ้วนางด้วย
ฉะนั้นผมไม่อยากแนะนำ
ให้ใครซื้อยี่ห้อไหนพิเศษ
ถ้าเท้าเราไม่เหมาะ
รีวิวว่าเทพแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์
ลองไปหลายๆ รุ่นเดี๋ยวก็เจอตัวที่ใช่
ต่อๆ
GEL-NIMBUS 28 ผมว่า
ตรงข้อเท้ามันต่ำดี ซึ่งผมชอบ
มันดูระบายอากาศดี และ
ขอบมันก็นุ่มมาก
🔺
ถุงเท้า
รองเท้ารุ่นนี้ Upper
เป็นแบบ Knit หรือถัก
โดยเฉพาะบริเวณลิ้นรองเท้า
ทำให้รู้สึกโอบรัดเหมือนใส่ถุงเท้า
คนที่คุ้นชินกับ
รองเท้าแบบ Mesh (ผ้าตาข่าย)
จะรู้สึกว่าแน่นและอึดอัด
รัดเท้าเกินไปตอน
ใส่ครั้งสองครั้งแรก
แต่เมื่อใส่บ่อยขึ้น
ก็จะคุ้นชินและใส่สบาย
วัสดุถักแบบใหม่
ถูกออกแบบมาเพื่อหุ้มเท้า
ซึ่ง Asics บอกว่า เหมือนถุงเท้า
มันช่วยลดจุดกดทับ
ที่มักเกิดจากรอยตะเข็บ
หรือความแข็งของวัสดุแบบเดิม
🔺
ระบบอัตโนมัติ
ทรงรองเท้าทำให้รู้สึกว่า
มันจะพาเราก้าวไปข้างหน้า
ตั้งแต่โน้มตัวลง
ช่วยให้การกลิ้งเท้า
จากกลางเท้าไปสู่ปลายเท้า
เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ
โดยที่ไม่รู้สึกว่าพยายาม
🔺
คนวิ่งเร็ว
รุ่นนี้ไม่เหมาะกับคนวิ่งเร็ว
จากการจับความรู้สึกส่วนตัว
มันนุ่มเกินไป และไม่เด้งกลับเลย
ทำให้เวลาจะเร่งความเร็ว
เท้าจะดูดพื้น ทั้งตอนลงพื้น
และยกออก มันจึงดูเหมือน
จะฝืนแรงไปหน่อย
แม้กระทั่งเพซ 5:00
สำหรับผมยังรู้สึกว่าไม่ไหว
อีกทั้งมันขาดความรู้สึก
ว่าเท้าสัมผัสพื้น
รองเท้าคาร์บอน
ที่พื้นหนามันเด้ง
ความเด้งนั้นทำให้
รู้สึกว่าสัมผัสพื้น
แต่ GEL-NIMBUS 28
มันสายนุ่มเพียวๆ เลย
แต่ไม่ย้วย
🔺
Sub-7
ทำไมผมมองว่าเหมาะกับคน
ที่วิ่งช้า โดยเฉพาะนักวิ่งมาราธอน
ที่วิ่งตั้งแต่ 5-7 ชั่วโมง
มันซับพอร์ตดีมาก
เป็นรองเท้าวิ่งที่เดินสบาย
ถ้าใครเคยใส่รองเท้าคาร์บอน
Racing ตัวท็อปวิ่งมาราธอน
หรือฮาล์ฟ มาราธอนจะนึกภาพออก
ว่าเวลาหมดแรงในช่วงท้ายและต้องเดิน
รองเท้ากลายเป็นภาระมาก
เพราะมันไม่มั่นคง และเดินไม่สบาย
รวมถึงขาเราก็เริ่มหมดแรงและเหนื่อย
สภาพแทบจะเปิดโหมดอัตโนมัติ
จึงไม่ได้สนใจท่าเดิน การวางเท้า
เท่าไหร่ เมื่อรองเท้าใส่ไม่สบาย
แทบอยากจะถอดทิ้ง
แต่จะไม่เกิดขึ้นแน่กับ
GEL-NIMBUS 28
เพราะมันสบายมาก
สามารถวิ่งสลับกับเดินบ้าง
ในช่วงก่อนเส้นชัย
GEL-NIMBUS 28
อาจสรุปได้คร่าวๆ ว่า
※ เพซ 6:30 ขึ้นไปจะสัมผัสได้
ถึงความนุ่มและสบายที่สุด
ซับพอร์ตข้อเท้าและขาดีเยี่ยม
※ เพซ 5:30 - 6:30 เริ่มมีความน่วง
เนื่องจากความนุ่มที่มากเกินไป
ทำให้วิ่งไม่ค่อยสบายเท้า
※ ต่ำกว่าเพซ 5:30
รู้สึกถึงความหนืดของโฟม
พื้นที่หนาและไม่เด้ง
ทำให้การตอบสนองไม่ทันใจ
รู้สึกหนักและยวบเกินไป
ไม่แนะนำเลยสำหรับการวิ่งเร็ว
มันค่อนข้างกินแรง
🔺
เหมาะกับใคร
แม้แนะนำสำหรับใส่วิ่งช้า
คนที่วิ่งเร็วก็ซื้อได้
ไว้ใส่ในวันที่ต้องการวิ่งช้า
เพื่อคุมตัวเองไม่ให้เร็วเกินไป
นอกจากคนวิ่งช้าแล้ว
ผมแนะนำมากสำหรับใส่เดิน
เพราะใส่สบายมาก
และสามารถวิ่งได้ด้วย
เวลารีบๆ
หรือใส่ไปเที่ยวคู่เดียว
สามารถหยิบออกมา City Run
ได้ด้วยจะได้ไม่ต้อง
หิ้วรองเท้าไปหลายคู่
🔺
ทนไหม
เนื่องจากค่าตัวรองเท้าค่อนข้างสูง
แม้กระทั่งในญี่ปุ่นเองก็แพง
หลายคนอาจกังวลว่ามันจะทนไหม
ผมไล่ดูรีวิวเพิ่มเติม
จากนักวิ่งญี่ปุ่นหลายคน
ซึ่งบางคนพบว่าผ่านไป
500 กิโลเมตร ความนุ่ม
เริ่มหายไปบ้าง
แต่โดยรวมแล้วอายุการใช้งาน
ก่อนที่ประสิทธิภาพของโฟม
จะลดลงเกิน 30-40% อยู่ที่ประมาณ
700-1,000 กิโลเมตร สำหรับการวิ่ง
ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวด้วย
🔺
ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ
หลายรีวิวจากนักวิ่งญี่ปุ่นใน
เว็บไซต์ Rakuten และ Runtrip
บอกว่า GEL-NIMBUS 28 เป็น
"ความหวัง" ของนักวิ่งที่มีอาการเจ็บ
เข่าหรือเจ็บรองช้ำ
เพราะความสามารถในการ
ดูดซับแรงกระแทกจนความ
เจ็บปวดแทบจะหายไป
นักวิ่งคนหนึ่งบอกว่าเขาสามารถ
จบมาราธอนและเวลาดีขึ้น 20 นาที
เพราะรองเท้ารุ่นนี้ช่วยลด
ปัญหาเรื่องการบาดเจ็บ
อย่างที่ทราบกันเวลาในมาราธอน
จะเร็วขึ้นมากถ้าไม่เดินหรือเดินน้อยลง
🔺
ใครซื้อ
อย่างที่เราทราบกันคนญี่ปุ่น
เขาวิ่งมาราธอนค่อนข้างเร็ว
ทำให้นักวิ่งญี่ปุ่นส่วนมาก
จะซื้อ GEL-NIMBUS 28
มาเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน
และการเดิน (Walking and Daily Use)
รวมถึงคนญี่ปุ่นเดินเยอะมาก
ในแต่ละวัน ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ขายดี
โดยเฉพาะสีดำล้วน
ที่กลมกลืนกับชุดทำงาน
ความนุ่มของพื้นช่วยลด
ความล้าจากการยืนบน
พื้นแข็งเป็นเวลานานและ
การมี Pull-tab (ห่วงดึง)
สองตำแหน่งช่วย ให้การใส่
และถอดออกทำได้เร็ว
อันนี้ผมเห็นด้วยมาก
และมันยืดหยุ่นได้ทั้งคู่
ทำให้เวลาดึงดูนุ่มนวลขึ้น
ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ได้รับความ
ชื่นชมอย่างมากในบริบทของ
สังคมญี่ปุ่นที่ต้องถอดรองเท้าบ่อย
🔺
สรุป
GEL-NIMBUS 28
สำหรับวิ่ง Easy, LSD หรือเดิน
ผู้เชี่ยวชาญรองเท้าจากญี่ปุ่น
ให้ความเห็นกับรองเท้ารุ่นนี้ว่า
"มันไม่ใช่รองเท้าที่จะพาคุณทำ PB
แต่เป็นรองเท้าที่จะพาคุณ
กลับบ้านอย่างปลอดภัย
โดยไม่มีอาการบาดเจ็บ"
โดยเฉพาะนักวิ่งที่ต้องการ
จบมาราธอน Sub-6, Sub-7
จะได้รับประโยชน์สูงสุด
จากความนุ่มที่คงเส้นคงวาตลอด
ตลอดระยะทาง 42.195 กิโลเมตร
เพราะนี่คือรองเท้าวิ่งที่นุ่ม
ที่สุดของ Asics
.
.
Shoes provided by ASICS Thailand for review.
#GELNIMBUS28 #ASICS
#ASICSThailand