รีวิว GEL-NIMBUS 28 รองเท้า Sub-7

รีวิว GEL-NIMBUS 28 รองเท้า Sub-7

About Marathon
About Marathon2026年04月07日 20:29

"ไม่ใช่รองเท้าที่จะพาทำ PB

แต่เป็นรองเท้าที่จะพาคุณ

กลับบ้านอย่างปลอดภัย

โดยไม่มีอาการบาดเจ็บ" 


รองเท้าแนะนำ

สำหรับคนที่มีเป้าหมาย

จบให้ทัน Cut Off 

ไม่ว่าจะระยะไหนก็ตาม


ASICS มีรองเท้าซ้อม

ประจำวันหลายรุ่น เช่น 

GT-2000 14, GEL-CUMULUS 27 

และ NOVABLAST 5 


ส่วนซีรีส์ GEL-KAYANO และ 

GEL-NIMBUS เป็นรองเท้า

ซ้อมประจำวันระดับพรีเมียม 

(ทั้งคุณภาพและราคา) ของ ASICS


🔺


ผมไม่ได้ใส่รองเท้าพื้นหนา 

นุ่มฟู มานานมาก 


ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

จะใส่แต่ ASICS EvoRide SPEED 3 

พื้นบางเด้งเบา ความรู้สึก

เท้าสัมผัสพื้นมาเต็ม 

ใส่ไป 450 กิโลเมตร

สภาพยังดีมาก เป็นรองเท้า

ใส่ซ้อมที่ดีที่สุดใน

ประวัติศาสตร์ของผมเลย 


เสียดาย Asics Thailand 

ไม่นำรุ่นนี้มาขายในไทย


เมื่อใส่พื้นบาง 

ทำให้ชินเวลาเท้าสัมผัสพื้น 

และเมื่อมาใส่ GEL-NIMBUS 

ที่มาสายนุ่มและนุ่ม (อีกรอบ) 

มันเหมือนเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ 


👉 รีวิวนี้ผมจะไม่ค่อยพูดถึงสเปค

เพราะหาดูและอ่านได้ทั่วไป

แต่สิ่งที่สำคัญเวลาคนดูหรือ

อ่านรีวิวรองเท้าคือ 


"ความรู้สึกหลังจากใช้งานจริง 

มันเป็นอย่างไรมากกว่า 

คำพูดและเทคโนโลยี

สวยหรูบนหน้ากระดาษ"


และต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมค้นพบ

จากการได้วิ่งบนก้อนเมฆจากญี่ปุ่น


🔺


ความรู้สึกแรกพบ


ASICS GEL-NIMBUS 28 (สี Tokyo Marathon Collection)

เบา แม้รองเท้าจะหนาและใหญ่

ตอนจับครั้งแรกเกร็งข้อมือรอไว้แล้ว

แต่มันเบากว่าที่คิด (ประมาณ 280 กรัม)


ผมเคยบอกว่า METASPEED TOKYO 

เรา(ผม)จะยิ้ม เฉกเช่นเดียวกันกับ

มาร์ค มาร์เกซ ตอนได้ขับ GP25 ครั้งแรก

ตอนที่ใส่วิ่งไป 1 กิโลเมตรแรก 


แต่กับ GEL-NIMBUS 28

ผมยิ้มตั้งแต่ลองใส่และเดินไปมาแล้ว

อันนี้ความรู้สึกตอนนั้นจริงๆ 


มันนุ่ม กระชับ และเกาะพื้น

นึกว่ารองเท้าสำหรับใส่เดิน

ที่พอวิ่งได้นิดหน่อย


แนะนำ ถ้าใครไม่อยากซื้อ

อย่าไปลองใส่ เพราะพลัง

ทำลายล้างสูงมาก สบายจริงๆ


🔺


พื้น


รุ่นนี้ใช้พื้นที่เป็นส่วนยึดเกาะ 

2 แบบคือ ASICSGRIP และ 

AHAR+ ได้ทั้งเรื่อง

ความทนและประสิทธิภาพ


จากการลองใช้พบว่า 

พื้นมันหนึบ และแน่นมาก 

แม้ตัวรองเท้าจะนุ่มแต่ไม่รู้สึก

ว่าโยกเยกชวนเวียนหัว 

ไม่มีลื่นแน่นอน


🔺


นุ่มเกิน (เสียงสูง)


GEL-NIMBUS รุ่นก่อนๆ 

พื้นรองเท้าชั้นกลางนุ่มและ

ให้แรงดีดกลับที่แข็งหลังลงพื้น 

ทำให้ล้าได้เวลาวิ่งนานๆ

ถ้าขาและข้อเท้าไม่แข็งแรง

ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับมือใหม่


แต่กับ GEL-NIMBUS 28

นี่คือการพัฒนาที่ก้าวกระโดด

ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันนุ่มมาก

เหมือนเมฆดั่งความหมาย

ของคำว่า NIMBUS (ภาษาลาติน)


แรงดีดกลับไม่รู้สึกว่ามี

สามารถลงเท้าได้ทั่วฝ่าเท้า

ไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง


รวมถึงมี PureGEL ที่บริเวณส้นเท้า

ทำให้ซับแรงกระแทกได้ดี


🔺


ลิ้นรองเท้า


ในส่วนที่อยู่บนหลังเท้า 

ตรงที่ร้อยเชือกทับไปมา 


ทำไมไม่มีใครทำแบบนี้

นี่คือส่วนที่ผมชอบที่สุดของ

GEL-NIMBUS 28


ก่อนหน้านี้ผมมีปัญหา

เรื่องเจ็บหลังเท้า (ในบางครั้ง) 

เวลาวิ่ง เพราะผ้าตรงส่วนนี้

มันไม่ยืดหยุ่นบวกกับ

การรัดเชือกที่แน่นไป 

ทำให้เจ็บหลังเท้าเวลาวิ่ง


แต่ GEL-NIMBUS 28

มันยืดได้ ไม่ใช่แค่นิดเดียว

นึกว่ายางยืดที่ขอบกางเกง

ทำให้ไม่เจ็บหลังเท้า

และระบายอากาศดี


🔺


ห้องเครื่อง


เมื่อสวมเท้าเข้าไป 

เราจะรู้สึกถึงการโอบรับเท้า 

แบบหลวมๆ คาแรกเตอร์

ต่างจาก METASPEED TOKYO 

ที่ตัวนั้นผมรู้สึกว่าอุ้งมีอะไรมาโอบรับ 

ส่วนส้นเท้าและปลายเท้าโปร่งสบาย


แต่กับ GEL-NIMBUS 28

เน้นไปที่ส้นเท้าล็อกแน่น

ส่วนอุ้งเท้าไม่รู้สึกรัด

แต่จะรู้สึกว่ามีซับพอร์ต

เวลาเท้าแตะพื้นและยกขึ้น


ปลายเท้าเอกลักษณ์

ที่ชัดเจนของ Asics 

ค่อนข้างกว้างและไม่บีบรัด 

มีพื้นที่ด้านข้างสำหรับนิ้วก้อย

และนิ้วโป้งพอสมควร

(แม้จะเป็นรุ่นไม่ Wide)


ต้องบอกว่าผมเป็นคนเท้าแบนมาก

ในทุกมาราธอนก่อนที่จะมาใส่ Asics 


นิ้วก้อยพองทั้งสองเท้าตลอด 

มีลามมานิ้วนางด้วย 


ฉะนั้นผมไม่อยากแนะนำ

ให้ใครซื้อยี่ห้อไหนพิเศษ 


ถ้าเท้าเราไม่เหมาะ 

รีวิวว่าเทพแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ 

ลองไปหลายๆ รุ่นเดี๋ยวก็เจอตัวที่ใช่


ต่อๆ

GEL-NIMBUS 28 ผมว่า

ตรงข้อเท้ามันต่ำดี ซึ่งผมชอบ 

มันดูระบายอากาศดี และ

ขอบมันก็นุ่มมาก


🔺


ถุงเท้า


รองเท้ารุ่นนี้ Upper 

เป็นแบบ Knit หรือถัก 

โดยเฉพาะบริเวณลิ้นรองเท้า 

ทำให้รู้สึกโอบรัดเหมือนใส่ถุงเท้า 


คนที่คุ้นชินกับ

รองเท้าแบบ Mesh (ผ้าตาข่าย)

จะรู้สึกว่าแน่นและอึดอัด

รัดเท้าเกินไปตอน

ใส่ครั้งสองครั้งแรก 


แต่เมื่อใส่บ่อยขึ้น

ก็จะคุ้นชินและใส่สบาย


วัสดุถักแบบใหม่

ถูกออกแบบมาเพื่อหุ้มเท้า

ซึ่ง Asics บอกว่า เหมือนถุงเท้า


มันช่วยลดจุดกดทับ

ที่มักเกิดจากรอยตะเข็บ 

หรือความแข็งของวัสดุแบบเดิม 


🔺


ระบบอัตโนมัติ


ทรงรองเท้าทำให้รู้สึกว่า

มันจะพาเราก้าวไปข้างหน้า

ตั้งแต่โน้มตัวลง


ช่วยให้การกลิ้งเท้า

จากกลางเท้าไปสู่ปลายเท้า 

เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ 

โดยที่ไม่รู้สึกว่าพยายาม


🔺


คนวิ่งเร็ว


รุ่นนี้ไม่เหมาะกับคนวิ่งเร็ว

จากการจับความรู้สึกส่วนตัว

มันนุ่มเกินไป และไม่เด้งกลับเลย

ทำให้เวลาจะเร่งความเร็ว

เท้าจะดูดพื้น ทั้งตอนลงพื้น

และยกออก มันจึงดูเหมือน

จะฝืนแรงไปหน่อย 


แม้กระทั่งเพซ 5:00 

สำหรับผมยังรู้สึกว่าไม่ไหว


อีกทั้งมันขาดความรู้สึก

ว่าเท้าสัมผัสพื้น 


รองเท้าคาร์บอน

ที่พื้นหนามันเด้ง 

ความเด้งนั้นทำให้

รู้สึกว่าสัมผัสพื้น


แต่ GEL-NIMBUS 28 

มันสายนุ่มเพียวๆ เลย 

แต่ไม่ย้วย


🔺


Sub-7


ทำไมผมมองว่าเหมาะกับคน

ที่วิ่งช้า โดยเฉพาะนักวิ่งมาราธอน

ที่วิ่งตั้งแต่ 5-7 ชั่วโมง


มันซับพอร์ตดีมาก

เป็นรองเท้าวิ่งที่เดินสบาย


ถ้าใครเคยใส่รองเท้าคาร์บอน

Racing ตัวท็อปวิ่งมาราธอน

หรือฮาล์ฟ มาราธอนจะนึกภาพออก

ว่าเวลาหมดแรงในช่วงท้ายและต้องเดิน

รองเท้ากลายเป็นภาระมาก

เพราะมันไม่มั่นคง และเดินไม่สบาย

รวมถึงขาเราก็เริ่มหมดแรงและเหนื่อย

สภาพแทบจะเปิดโหมดอัตโนมัติ

จึงไม่ได้สนใจท่าเดิน การวางเท้า

เท่าไหร่ เมื่อรองเท้าใส่ไม่สบาย

แทบอยากจะถอดทิ้ง


แต่จะไม่เกิดขึ้นแน่กับ

GEL-NIMBUS 28 

เพราะมันสบายมาก

สามารถวิ่งสลับกับเดินบ้าง

ในช่วงก่อนเส้นชัย


GEL-NIMBUS 28  

อาจสรุปได้คร่าวๆ ว่า


※ เพซ 6:30 ขึ้นไปจะสัมผัสได้

ถึงความนุ่มและสบายที่สุด

ซับพอร์ตข้อเท้าและขาดีเยี่ยม


※ เพซ 5:30 - 6:30 เริ่มมีความน่วง

เนื่องจากความนุ่มที่มากเกินไป

ทำให้วิ่งไม่ค่อยสบายเท้า


※ ต่ำกว่าเพซ 5:30

รู้สึกถึงความหนืดของโฟม 

พื้นที่หนาและไม่เด้ง

ทำให้การตอบสนองไม่ทันใจ

รู้สึกหนักและยวบเกินไป

ไม่แนะนำเลยสำหรับการวิ่งเร็ว

มันค่อนข้างกินแรง


🔺


เหมาะกับใคร


แม้แนะนำสำหรับใส่วิ่งช้า

คนที่วิ่งเร็วก็ซื้อได้


ไว้ใส่ในวันที่ต้องการวิ่งช้า

เพื่อคุมตัวเองไม่ให้เร็วเกินไป


นอกจากคนวิ่งช้าแล้ว

ผมแนะนำมากสำหรับใส่เดิน


เพราะใส่สบายมาก

และสามารถวิ่งได้ด้วย

เวลารีบๆ 


หรือใส่ไปเที่ยวคู่เดียว

สามารถหยิบออกมา City Run

ได้ด้วยจะได้ไม่ต้อง

หิ้วรองเท้าไปหลายคู่


🔺


ทนไหม


เนื่องจากค่าตัวรองเท้าค่อนข้างสูง

แม้กระทั่งในญี่ปุ่นเองก็แพง

หลายคนอาจกังวลว่ามันจะทนไหม


ผมไล่ดูรีวิวเพิ่มเติม

จากนักวิ่งญี่ปุ่นหลายคน 

ซึ่งบางคนพบว่าผ่านไป 

500 กิโลเมตร ความนุ่ม

เริ่มหายไปบ้าง


แต่โดยรวมแล้วอายุการใช้งาน

ก่อนที่ประสิทธิภาพของโฟม

จะลดลงเกิน 30-40% อยู่ที่ประมาณ

700-1,000 กิโลเมตร สำหรับการวิ่ง

ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวด้วย


🔺


ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ


หลายรีวิวจากนักวิ่งญี่ปุ่นใน

เว็บไซต์ Rakuten และ Runtrip 

บอกว่า GEL-NIMBUS 28 เป็น 

"ความหวัง" ของนักวิ่งที่มีอาการเจ็บ 

เข่าหรือเจ็บรองช้ำ  


เพราะความสามารถในการ

ดูดซับแรงกระแทกจนความ

เจ็บปวดแทบจะหายไป 


นักวิ่งคนหนึ่งบอกว่าเขาสามารถ

จบมาราธอนและเวลาดีขึ้น 20 นาที 

เพราะรองเท้ารุ่นนี้ช่วยลด 

ปัญหาเรื่องการบาดเจ็บ


อย่างที่ทราบกันเวลาในมาราธอน

จะเร็วขึ้นมากถ้าไม่เดินหรือเดินน้อยลง


🔺


ใครซื้อ

อย่างที่เราทราบกันคนญี่ปุ่น

เขาวิ่งมาราธอนค่อนข้างเร็ว

ทำให้นักวิ่งญี่ปุ่นส่วนมาก

จะซื้อ GEL-NIMBUS 28 

มาเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน

และการเดิน (Walking and Daily Use)


รวมถึงคนญี่ปุ่นเดินเยอะมาก

ในแต่ละวัน ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ขายดี

โดยเฉพาะสีดำล้วน

ที่กลมกลืนกับชุดทำงาน


ความนุ่มของพื้นช่วยลด

ความล้าจากการยืนบน

พื้นแข็งเป็นเวลานานและ

การมี Pull-tab (ห่วงดึง) 

สองตำแหน่งช่วย ให้การใส่

และถอดออกทำได้เร็ว 


อันนี้ผมเห็นด้วยมาก

และมันยืดหยุ่นได้ทั้งคู่

ทำให้เวลาดึงดูนุ่มนวลขึ้น


ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ได้รับความ

ชื่นชมอย่างมากในบริบทของ

สังคมญี่ปุ่นที่ต้องถอดรองเท้าบ่อย


🔺


สรุป


GEL-NIMBUS 28 

สำหรับวิ่ง Easy, LSD หรือเดิน


ผู้เชี่ยวชาญรองเท้าจากญี่ปุ่น

ให้ความเห็นกับรองเท้ารุ่นนี้ว่า


"มันไม่ใช่รองเท้าที่จะพาคุณทำ PB

แต่เป็นรองเท้าที่จะพาคุณ

กลับบ้านอย่างปลอดภัย

โดยไม่มีอาการบาดเจ็บ" 


โดยเฉพาะนักวิ่งที่ต้องการ

จบมาราธอน Sub-6, Sub-7 

จะได้รับประโยชน์สูงสุด

จากความนุ่มที่คงเส้นคงวาตลอด 

ตลอดระยะทาง 42.195 กิโลเมตร


เพราะนี่คือรองเท้าวิ่งที่นุ่ม

ที่สุดของ Asics 


.

.


Shoes provided by ASICS Thailand for review.

#GELNIMBUS28 #ASICS

#ASICSThailand

- โฆษณา -

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 อันดับบทความยอดนิยม