Gatorade: ผู้ปฏิวัติวงการกีฬา

Gatorade: ผู้ปฏิวัติวงการกีฬา

About Marathon
About Marathon2026年04月07日 20:26

เครื่องดื่มเกลือแร่เป็นสิ่งจำเป็น

สำหรับนักกีฬาทุกประเภท 

โดยเฉพาะการวิ่งมาราธอนและ

กีฬาประเภทความอดทนอื่นๆ 

ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

ในการเล่นกีฬา


อิเล็กโทรไลต์เป็นสารที่มี

ประจุไฟฟ้าซึ่งช่วยควบคุม

ปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย 


🗨️ "เราสูญเสียอิเล็กโทรไลต์

บางส่วนผ่านทางเหงื่อ 

โดยส่วนใหญ่คือโซเดียมคลอไรด์ 

ซึ่งเป็นส่วนประกอบในเกลือแกง"

—  จูเลีย ซุมปาโน 

นักโภชนาการที่ขึ้นทะเบียน

จากคลีฟแลนด์คลินิกในรัฐโอไฮโอ

สหรัฐอเมริกา กล่าว


การดื่มน้ำเปล่ามากเกินไป

เมื่อเหงื่อออกมากอาจทำให้

เกลือในร่างกายเจือจางลงไปอีก 

ทำให้สมดุลเสีย


เครื่องดื่มและผงอิเล็กโทรไลต์

มีจุดประสงค์เพื่อให้ความชุ่มชื้น

และทดแทนเกลือที่สูญเสียไป 

มักมีอิเล็กโทรไลต์อื่นๆ เช่น 

โพแทสเซียมและแมกนีเซียม 

และหลายชนิดยังมีน้ำตาล

เป็นส่วนประกอบ


โดยทั่วไปแล้ว 

ไตของคนที่มีสุขภาพดี

จะทำหน้าที่รักษาสมดุล

ของอิเล็กโทรไลต์ได้อย่างดี


— ฮันเตอร์ ฮัสตัน

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต

จากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ 

รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา 

กล่าวว่า 


🗨️ "สารอาหารส่วนเกิน

จะถูกขับออกทางปัสสาวะอยู่แล้ว

เขาบอกว่าการดื่มเครื่องดื่ม

เสริมอิเล็กโทรไลต์ ถ้าดื่มเพื่อ

สุขภาพมันไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าที่ควร"


แล้วจุดเริ่มต้นเครื่องดื่ม

อิเล็กโทรไลต์ สำหรับ

นักกีฬามาจากไหน?

 

🔺


📆 ปี 1965


ดเวย์น ดักลาส (Dwayne Douglas) 

ผู้ช่วยโค้ชทีมอเมริกันฟุตบอล

ของมหาวิทยาลัยฟลอริดา 

หรือที่รู้จักกันในชื่อทีม Gators 

(เกเตอร์ส) มีบางอย่างอยู่ในใจ


เขาถาม ดร. โรเบิร์ต เคด 

(Dr. Robert Cade)

นักวิจัยด้านไตคนแรก

ของมหาวิทยาลัยว่า


🗨️ "หมอครับทำไมนักกีฬา

ไม่ปัสสาวะหลังจบเกม"


คำถามนั้นเปลี่ยนชีวิต

ไม่ใช่แค่ทีม Gators

แต่เป็นนักกีฬาทุกคน


ตอนนั้นความเข้าใจเกี่ยวกับ

สรีรวิทยาการออกกำลังกาย

ยังคงอยู่ในระดับพื้นฐาน 

โดยมีความเชื่อที่แพร่หลายว่า

การเติมของเหลวเข้าสู่ร่างกาย

ระหว่างการออกกำลังกาย

จะทำให้ประสิทธิภาพลดลง  


ดร. เคด ซึ่งในขณะนั้น

ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ

แผนกไตและอิเล็กโทรไลต์ 


ได้เริ่มทำการวิเคราะห์เชิงลึก

และพบว่านักกีฬาสูญเสีย

ของเหลวผ่านทางเหงื่อมาก

จนไตไม่มีทรัพยากรเหลือ

เพียงพอสำหรับการกรองปัสสาวะ


ทีมวิจัยของเคดพบว่า

ผู้เล่นอาจสูญเสียน้ำหนัก

มากถึง 18 ปอนด์ (8.2 กิโลกรัม) 

ในระหว่างการแข่งขัน


แต่ไม่ใช่แค่น้ำเท่านั้น

ที่สูญเสียไป พวกเขาสูญเสีย

โซเดียมและคลอไรด์ไป

พร้อมกับเหงื่อ 


รวมถึงทั้งปริมาตรพลาสมา

และปริมาตรเลือด 


การสูญเสียเหล่านี้ทำให้

ความแข็งแรงและความอดทน

ของนักกีฬาลดลง


เคดจึงผสมสารละลายเกลือ

เพื่อทดแทนน้ำและเกลือ

ที่นักกีฬาสูญเสียไป 


น้ำตาลจะช่วยให้ลำไส้

ดูดซึมโซเดียมได้ดีขึ้น 


นวัตกรรมที่เป็นจุดเปลี่ยนคือ

การผสมผสานส่วนผสม

หลัก 5 ประการ ได้แก่ น้ำ 

โซเดียม น้ำตาล โพแทสเซียม 

และฟอสเฟต


รสชาติในช่วงแรกนั้น

หลายคนบอกว่าแย่จนแทบ

จะไม่มีใครดื่มได้ 


คนที่ได้ดื่มตอนนั้น

ถูกบอกว่าเหตุผลที่รสชาติไม่ดี

ก็เพราะมันดีต่อสุขภาพ


จนกระทั่งภรรยาของ ดร. เคด 

แนะนำให้เพิ่มน้ำมะนาว

เพื่อตัดความเค็มของอิเล็กโทรไลต์  


การทดสอบในสนามครั้งแรก

เกิดขึ้นในการซ้อมระหว่างทีม

ชุด B และทีมน้องใหม่ 


ผลปรากฏว่าทีมที่ได้รับเครื่องดื่มนี้

สามารถทำผลงานได้ดีกว่า

อย่างชัดเจนในควอเตอร์ที่ 3 และ 4


ความสำเร็จนี้ทำให้โค้ชเรย์ เกรฟส์ 

สั่งให้นำเครื่องดื่มนี้ไปใช้กับ

ทีมตัวจริงในการแข่งขันกับ

มหาวิทยาลัยลุยเซียนาสเตต (LSU) 

ในสภาวะอากาศร้อนถึง 38 องศาฯ


ซึ่งทีม Gators สามารถ

พลิกกลับมาชนะได้

ในขณะที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม

เริ่มมีอาการเหนื่อยล้า


🔺


ดร. โรเบิร์ต เคด


การทำความเข้าใจความสำเร็จ

ของเกเตอเรดจำเป็นต้อง

ศึกษาประวัติของเจมส์ โรเบิร์ต เคด 


ผู้ซึ่งไม่ได้จำกัดตัวเอง

อยู่เพียงในกรอบของ

อายุรแพทย์โรคไตเท่านั้น 


แต่เขาเป็นบุคคลที่มีความเป็น 

"Renaissance Man" อย่างแท้จริง 


เขาเกิดที่ซานอันโตนิโอ 

รัฐเท็กซัสในปี 1927 

ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางวิชาการ

ที่มหาวิทยาลัยเท็กซัสและ

มหาวิทยาลัยฟลอริดา

เขาผ่านการรับใช้ชาติในกองทัพเรือ

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาแล้ว


ดร. เคด ยังมีความหลงใหล

ในศิลปะและดนตรี 

เขาเป็นนักสะสมไวโอลินตัวยง

ที่มีเครื่องดนตรีเก่าแก่

จากศตวรรษที่ 17 


และเป็นนักสะสมรถยนต์ 

Studebaker เขามีจำนวน

มากกว่า 60 คัน


อีกทั้งเขายังเป็นผู้คิดค้น

※ หมวกกันน็อกอเมริกันฟุตบอล

แบบกระจายแรงกระแทก 

(Shock-dissipating Helmet) 


※ เครื่องดื่มโปรตีนสูง

สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง


※ การวิจัยด้านอาหารเพื่อ

บำบัดอาการของออทิสติก

และจิตเภท  


※ ความเชื่อทางศาสนาและ

จิตวิญญาณมีบทบาท

สำคัญในชีวิตของเขา 

โดยเขาได้ก่อตั้งมูลนิธิ 

Gloria Dei และมอบ

เงินรางวัลรวมถึงรายได้

จำนวนมากให้แก่สถาบัน

การศึกษาและองค์กร

การกุศลของลูเทอร์รัน  


การมองโลกผ่านเลนส์

ที่หลากหลายนี้เองที่ช่วยให้เขา

สามารถเชื่อมโยงความรู้

ระหว่างสรีรวิทยาเชิงลึก

กับการประยุกต์ใช้ใน

สนามกีฬาได้อย่างลงตัว


เคดซึ่งเสียชีวิตในปี 2007 

เคยกล่าวไว้ว่า "เขาไม่เคยคิดเลยว่า

คนทั่วไปจะซื้อ Gatorade ดื่ม" 


🔺


เชิงพาณิชย์


🗨️ "ผมไม่มีคำตอบว่าเครื่องดื่มนี้ 

ช่วยให้เราดีขึ้นในครึ่งหลังหรือไม่… 

เราดื่มมัน แต่จะช่วยจริงไหมใครจะไปรู้" 

— สตีฟ สเปอร์เรียร์ (Steve Spurrier)

ควอเตอร์แบ็กชื่อดัง กล่าว 


เมื่อชื่อเสียงของ Gatorade

เริ่มแพร่กระจายออกไป

หลัง Gators คว้าแชมป์ในรายการ 

Orange Bowl 1967 ต่อทีม

Georgia Tech Football


โค้ชบ็อบบี้ ด็อดด์ 

แห่ง Georgia Tech  

ถูกถามว่าทำไมตอนนั้น

ทีมถึงแพ้ให้กับ Gators 

เขาพูดติดตลกบอกว่า


"เพราะเราไม่มี Gatorade"


ทีมวิจัยได้เริ่มมองหาลู่ทาง

ในการขยายผลิตภัณฑ์

สู่เชิงพาณิชย์ 


ในเบื้องต้น ดร. เคด 

ได้เสนอสิทธิในสิ่งประดิษฐ์นี้

ให้แก่มหาวิทยาลัยฟลอริดา 

แต่ทางมหาวิทยาลัยกลับปฏิเสธ

ข้อเสนอนั้นอย่างเป็นทางการ 


โดยอ้างว่าโครงการดังกล่าว

ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของภารกิจหลัก

ของมหาวิทยาลัย  


การตัดสินใจนี้กลายเป็น

ความผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์ 

ของมหาวิทยาลัย


ทำให้กลุ่มนักวิจัยตัดสินใจจัดตั้ง 

Gatorade Trust ขึ้นมาเพื่อ

เจรจากับบริษัทภายนอก


📆 มีนาคม 1967 

Stokely-Van Camp (S-VC) 

ซึ่งเป็นบริษัทบรรจุอาหารกระป๋อง

ในอินเดียนาโพลิส 


ได้เข้าทำสัญญากับทีมผู้ประดิษฐ์

เพื่อรับสิทธิ์ในการผลิตและ

จัดจำหน่ายทั่วสหรัฐอเมริกา


🔺


Gator+ade


ในช่วงแรก 

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยฟลอริดา

เคยคิดจะตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ว่า 

Gator-Aid แต่สุดท้ายก็

เลือกใช้ชื่อ Gatorade 


แดร์เรน โรเวลล์กล่าวในหนังสือ 

First in Thirst: How Gatorade 

Turned the Science of Sweat 

into a Cultural Phenomenon ว่า 


🗨️ "แพทย์ตระหนักว่า

หากใช้คำว่า Aid 

พวกเขาจะต้องพิสูจน์ว่า

เครื่องดื่มมีคุณสมบัติ

ทางการแพทย์อย่างชัดเจน 

และต้องผ่านการทดสอบ

ทางคลินิกจำนวนมาก

จึงเปลี่ยนมาใช้ ade แทน


ตอนนั้นมีบางคนตั้งข้อสงสัยว่า

ผลของเครื่องดื่มนี้อาจเป็นเพียง

ผลของยาหลอกก็ได้ 


🗨️ "หากคุณบอกนักฟุตบอลว่า

กำลังให้ยาแก้ปวด แล้วให้ยาหลอกแทน 

ก็มีโอกาสประมาณ 30% ที่ยาหลอก

จะให้ผลเหมือนยาแก้ปวดจริง" 

— ดร. เคด กล่าว


📆 ปี 1969

Gatorade ได้กลายเป็น

เครื่องดื่มนักกีฬาอย่างเป็นทางการของ 

National Football League (NFL) 

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสนับสนุน

กีฬาอาชีพของแบรนด์


หนึ่งปีหลังจากเปิดตัวเชิงพาณิชย์ 

บริษัทได้ทดลองปรับสูตรหลายแบบ 

ก่อนจะเลือกสูตรที่ดื่มง่ายขึ้น

คือรสเลมอน-ไลม์และส้ม 

และมีการตัดสารให้ความหวาน 

cyclamate ซึ่งถูกห้ามโดย FDA 

ในปี 1969 ออก แล้วแทนด้วยฟรุกโตส


🔺


มหาวิทยาลัยฟลอริดา


📆 ช่วงต้นทศวรรษ 1970 

เมื่อยอดขายเริ่มพุ่งสูงขึ้น

อย่างมหาศาล มหาวิทยาลัยฟลอริดา

ได้ยื่นฟ้องร้องเพื่อขอส่วนแบ่งในรายได้ 

โดยอ้างว่าผลิตภัณฑ์นี้ถูกพัฒนาขึ้น

โดยบุคลากรของมหาวิทยาลัย

และใช้ทุนวิจัยบางส่วนจากรัฐบาลกลาง   


📆 ปี 1973 ได้มีการตกลง

ให้มหาวิทยาลัยได้รับ

ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ 20%

การตัดสินนี้ส่งผลให้

มหาวิทยาลัยได้รับเงินทุน

สนับสนุนงานวิจัยสะสม

มากกว่า 250 ล้านดอลลาร์

(ข้อมูลที่เปิดเผยปี 2015)


🔺


การเติบโต


📆 ปี 1983 

บริษัท Quaker Oats 

ซื้อ Stokely-Van Camp 

และ Gatorade 220 ล้านดอลลาร์ 


📆 ปี 2001 

PepsiCo ได้เข้าซื้อ Quaker Oats 

ด้วยมูลค่า 13,000 ล้านดอลลาร์ 

เพื่อนำ Gatorade เข้ามาอยู่

ในพอร์ตของตน


หลังจากนั้น Gatorade 

ยังคงขยายตลาดทั่วโลก เช่น 

เข้าสู่อินเดียในปี 2004 

และสหราชอาณาจักรกับ

ไอร์แลนด์ในปี 2008


📆 ปี 2010 

Gatorade มีจำหน่าย

มากกว่า 80 ประเทศ 

และเป็นเครื่องดื่มนักกีฬา

ที่มียอดขายอันดับ 1

ในหลายประเทศ 


และ Gatorade เป็นแบรนด์

ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของ PepsiCo 

เมื่อวัดจากยอดขายปลีกทั่วโลกต่อปี 


ในระดับโลกพวกเขาแข่งกับ

Powerade และ Vitaminwater 

ของ Coca-Cola และใน UK

แข่งกับแบรนด์เก่าแก่อย่าง Lucozade 


แวะถึง Lucozade สักครู่

แม้แบรนด์นี้จะก่อตั้งปี 1927 

แต่พวกเขาผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง

สำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่

จำหน่ายในร้านขายยา

เพิ่มมาจับด้านกีฬาในปี 1983


📆 ปี 2025

Gatorade มีส่วนแบ่งตลาด

ในสหรัฐอเมริกาประมาณ 

61.6% ในหมวดเครื่องดื่มนักกีฬา


🔺


คนทั่วไปไม่ต้องดื่ม (ก็ได้)


🗨️ "หากคุณออกกำลังกาย

น้อยกว่าสองชั่วโมง 

และเหงื่อออกไม่มาก

น้ำเปล่าก็เพียงพอแล้ว" 

— ฮัสตันกล่าว


และเสริมว่าคนที่มีสุขภาพดี

โดยเฉลี่ยสามารถทน

ต่อการสูญเสียเหงื่อ

ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์

ของน้ำหนักตัวก่อนที่จะเริ่ม

รู้สึกถึงความเหนื่อยล้า


🗨️ "คนส่วนใหญ่ที่ออกกำลังกาย 

เช่น วิ่งมาราธอน มักจะใช้

เวลาเกิน 2 ชั่วโมง ดังนั้นจึง

สมเหตุสมผลที่จะคิดถึง

เครื่องดื่มเพื่อชดเชยของเหลว

และอิเล็กโทรไลต์ที่เสียไป"  

— ฮัสตันกล่าว


หลังจากที่ PepsiCo 

ซื้อ Gatorade ในปี 2001

นั่นเป็นครั้งแรกที่คุณเห็น 

Gatorade อยู่ทุกหนทุกแห่ง 

แม้กระทั่งในร้านพิซซ่า 


และเริ่มมีคนสงสัยว่า

นี่มันก็แค่โซดา

อีกแบบหนึ่งหรือเปล่า?’


โรเวลล์กล่าวว่า

แบรนด์เครื่องดื่มเกลือแร่

ทำการตลาดโดยบอกว่า

การดื่มผลิตภัณฑ์ของพวกเขา

จะช่วยลดการขาดน้ำ

ซึ่งนั่นมันคือการตลาดล้วนๆ

เพราะคนทั่วไปไม่จำเป็น


แพทริค เบิร์นส์ 

แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินที่ 

Stanford Health Care 

ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และบางครั้ง

ก็วิ่งอัลตร้ามาราธอน กล่าวว่า 


🗨️ "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ในปัจจุบันมีปริมาณเกลือแร่

ที่หลากหลายมาก บางชนิด

มีโซเดียมมากกว่าชนิดอื่นถึงห้าเท่า" 


เบิร์นส์ยังเตือนด้วยว่า

ผู้คนควรระมัดระวังในการ

รับประทานโพแทสเซียมเสริม 

เพราะอาจเป็นอันตรายได้

หากรับประทานในปริมาณมาก


ซุมปาโน เสริมต่อ

🗨️ "อิเล็กโทรไลต์สามารถช่วยได้

ถ้าคุณเหงื่อออกมากหรือออกกำลังกาย 

แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว 

คุณไม่จำเป็นต้องดื่มมัน" 


สำหรับคนที่มีสุขภาพดี

และไม่ได้เหงื่อออกมาก 

เครื่องดื่มเหล่านี้อาจไม่เป็นอันตราย 

แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเช่นกัน

เพราะคุณไม่ได้ขาดโซเดียม


🗨️ "คนส่วนใหญ่ได้รับเกลือและ

โพแทสเซียมที่จำเป็นทั้งหมด

จากอาหารอยู่แล้ว"

— มาร์ค ซีเกล ศาสตราจารย์

ด้านโรคไตจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ 

มหาวิทยาลัยฟลอริดา กล่าว


🔺


ปัจจุบันมหาวิทยาลัยฟลอริดา

ยังได้รับเงินจาก Gatorade อยู่

ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์/ปี (2021)


ส่วนแบ่งกำไรของ Gatorade 

จำนวนหนึ่ง (ไม่ได้เปิดเผยตัวเลข) 

จะเข้าสู่กองทุน Gatorade Trust 

จากนั้นกองทุนจะส่งต่อ 20% 

ให้กับมหาวิทยาลัย


ทำไม PepsiCo ยังต้องจ่าย?

สิทธิบัตรคือสูตรในการผลิต

จะหมดอายุหลัง 20 ปี (หมดไปแล้ว)

แต่เครื่องหมายการค้าคำว่า

Gatorade ยังคงอยู่ทำให้ยังต้องจ่าย


🔺


เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไต

แห่งมหาวิทยาลัยฟลอริดา 

ดร.โรเบิร์ต เคด และคณะ 

คิดค้น Gatorade ขึ้นในปี 1965 


พวกเขาไม่ได้เพียงแค่

จุดประกายอุตสาหกรรม

เครื่องดื่มกีฬามูลค่า

หลายพันล้านดอลลาร์เท่านั้น 


แต่ยังสร้างแหล่งรายได้

จากค่าลิขสิทธิ์ที่ถูกนำ

กลับมาลงทุนในแนวคิดต่าง ๆ 

ของรัฐฟลอริดาอย่างต่อเนื่อง


เงินมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์

ได้ไหลกลับสู่มหาวิทยาลัยฟลอริดา 

เพื่อเป็นทุนตั้งต้นให้กับการค้นพบ 

ตั้งแต่การรักษามะเร็ง การอนุรักษ์เต่าทะเล 

ไปจนถึงวิธีการใหม่ ๆ ในการดูแล

ความปลอดภัยของนักกีฬา


ทุนดังกล่าวช่วยสนับสนุน

ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสองแห่ง

ของมหาวิทยาลัยฟลอริดา 


ซึ่งมีส่วนช่วยก่อตั้งบริษัท

ด้านชีวการแพทย์และ

เทคโนโลยีมากกว่า 330 แห่ง

จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย 

บริษัทส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในรัฐฟลอริดา 

และสร้างงานให้กับคนในพื้นที่


กว่า 60 ปีผ่านไป 

Gatorade ไม่ได้เป็นเพียง

เครื่องดื่มกีฬาอีกต่อไป 

แต่เป็นหลักฐานว่าความคิด

สร้างสรรค์ของฟลอริดา

สามารถส่งต่ออิทธิพล

ไปได้หลายชั่วอายุคน 


.

.


📑 reference:

[1.] Why electrolyte drinks like Gatorade and Pocari Sweat aren’t always beneficial. South China Morning Post.

[2.] Florida Gators. Football: Gatorade and Gators Connection Turns 60. 

[3.] Cade Museum. (2026). Dr. James Robert Cade Biography & The Birth of the Gatorade Brand.

[4.] How $500 million in Gatorade royalties fuels innovation in Florida. University of Florida.

[5.] Why the University of Florida Gets a ~$20M Cut of Gatorade Profits Every Year. University of Florida.


- โฆษณา -

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 อันดับบทความยอดนิยม