![การซ้อมของโอซาโกะ [ฉบับสมบูรณ์]](https://dlqpwlcgqzyq35qd.public.blob.vercel-storage.com/629069311_770892346059930_2349261285532566960_n.jpg)
การซ้อมของโอซาโกะ [ฉบับสมบูรณ์]

มีนักวิ่งไม่กี่คนในโลก
ที่ถือสถิติระดับประเทศ
ในมาราธอนและระยะอื่นๆ
ในคราวเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือ...
🇯🇵 ซูกูรุ โอซาโกะ (Li-Ning)
เจ้าของสถิติญี่ปุ่น 3,000 เมตร,
5,000 เมตร และ มาราธอน
เขาให้สัมภาษณ์ถึง
การซ้อมมาราธอนกับ
NumberWeb Magazine
ก่อนลงแข่งมาราธอนที่บาเลนเซีย
ถึงการซ้อมแบบใหม่ และ
หลังแข่งมาราธอนที่บาเลนเซีย
หลังทำลายสถิติมาราธอนญี่ปุ่น
ในวัย 34 ปี ด้วยเวลา 2:04:55 ชั่วโมง
"การซ้อมของเขาสัมฤทธิ์ผลแล้ว"
ทำให้ปัจจุบันโอซาโกะ
กลายเป็นนักวิ่งญี่ปุ่น
ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
เมื่อนับ 3 มาราธอน
ซึ่งเป็นสถิติญี่ปุ่นและเคยเป็น
・2:04:55 ชั่วโมง
・2:05:29 ชั่วโมง
・2:05:50 ชั่วโมง
รองจากเขาก็เป็นเคนโกะ ซูซูกิ
・2:04:56 ชั่วโมง
・2:05:28 ชั่วโมง
・2:06:18 ชั่วโมง
และเพื่อนสนิทเขาที่
จิบเบียร์ด้วยกันประจำ
ในช่วง Off season
อย่าง โยเฮ อิเคดะ
・2:05:12 ชั่วโมง
・2:06:23 ชั่วโมง
・2:06:53 ชั่วโมง
ผมเคยเล่าถึงการซ้อม
ของโอซาโกะหลายโพสต์
ในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา
แต่อยากสรุปให้จบ
ในโพสต์เดียวเพื่อจะได้ง่าย
ต่อการทำความเข้าใจ
โอซาโกะบอกว่าเขาไม่ชอบ
เปิดเผยโปรแกรมซ้อมให้คนเห็น
จึงเล่าแค่ในบางเซสชั่น
และภาพรวมที่โฟกัส
แต่เขาชอบศึกษาและ
ดูโปรแกรมซ้อมของนักวิ่งเก่งๆ
Mindset ของเขาสุดยอดมาก
นักวิ่งระดับนี้ไม่มีอีโก้(สูง) และ
เปิดรับมุมมองใหม่ๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง
คนที่เขาสนใจเป็นพิเศษ
ช่วงนี้คือ คอนเนอร์ แมนซ์
เจ้าของสถิติมาราธอนสหรัฐอเมริกา
ซึ่งวิ่งมาราธอนแรกปี 2022
เวลา 2 ชั่วโมง 8 นาที
ในเวลาแค่ 3 ปีเขากดเวลาลง
ไปได้ประมาณ 3 นาที
เพราะแมนซ์นั้นรูปร่าง
เหมือนคนญี่ปุ่น ท่าวิ่งก็ไม่สวยงาม
แต่ชายคนนี้วิ่งมาราธอน
เวลา 2:04 ได้อย่างไร
ซึ่งโอซาโกะบอกว่าการซ้อม
ของแมนซ์นั้นน่าสนใจมาก
โดยก่อนแข่งขันแมนซ์จะวิ่ง
ประมาณ 210 กม. ต่อสัปดาห์
และน่าจะมีวันพักในวันอาทิตย์
เนื่องจากเหตุผลทางศาสนา
แมนซ์ฝึกซ้อมโดยตั้งเป้าไป
ที่ค่า VO2Max และ LT
ในอัตราส่วนเท่าใด
และที่ระดับความสูงเท่าใด
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ
ชิคาโก มาราธอน นั่นคือ
สิ่งที่โอซาโกะสนใจ
อย่าลืมว่าโอซาโกะจบวิทยาศาสตร์
การกีฬาจากมหาวิทยาลัยวาเซดะ
เขาจึงทำความเข้าใจกับร่างกายได้ดี
🔺 ก่อนอื่นขอเล่าถึงไทม์ไลน์
ของโอซาโกะในช่วงปีสองปีนี้ก่อน
📆 10 สิงหาคม 2024
หลังจบโอลิมปิกที่ปารีส
ด้วยผลงานน่าผิดหวังอันดับ 13
เวลา 2:09:25 ชั่วโมง
📆 26 สิงหาคม 2024
เขาแวะไปวิ่งเทรลสั้นๆ
ใน UTMB ที่ฝรั่งเศส
ระยะ 50 กิโลเมตร
ด้วยเหตุผลไปเชียร์เพื่อน
จึงอยากลองวิ่งดู กะทันหัน
ขนาดว่าบนบิบของเขา
ยังใช้ปากกาเขียนว่า Osako
เพื่อผ่อนคลายหลังแข่งโอลิมปิก
📆 8 ธันวาคม 2024
ลงวิ่งมาราธอนที่ฮาวาย
สนามนี้นักวิ่งญี่ปุ่นเยอะมาก
เยอะกว่านักวิ่งอเมริกาอีก
Honolulu Marathon
จบอันดับ 4 เวลา 2:16:37 ชั่วโมง
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการซ้อม
เตรียมแข่ง Tokyo Marathon
แต่แล้วเขาก็ถอนตัวจาก
สนามที่โตเกียว เนื่องจาก
เหตุผลส่วนตัว
ผมวิเคราะห์ว่า
เพราะความไม่แน่นอน
กับสปอนเซอร์ส่วนตัว
หลังหมดสัญญากับ Nike
เมื่อปลายปี 2024
ทำให้จิตใจเขาไม่มั่นคงพอ
ในการที่จะลงแข่งมาราธอน
จึงถอนตัวดีกว่า
📆 7 ธันวาคม 2025
มาราธอนครั้งแรกของเขา
ในรอบ 1 ปีที่ Valencia Marathon
การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่
พร้อมสปอนเซอร์เจ้าใหม่
ทำลายสถิติมาราธอนญี่ปุ่น
🔺 ภาพรวมการซ้อม
📆 มิถุนายน 2025
โอซาโกะนำวงจรการซ้อม
9+1 มาใช้ คนปกติทั่วไป
จะโฟกัสแค่ 1 สัปดาห์
หรือ 7 วันและในนั้นมีวันพัก
รูปแบบการซ้อมนี้
ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา
เพราะเคยใช้ตอนเตรียม
ลงมาราธอนแรกที่บอสตัน 2017
9+1 ของโอซาโกะคือ
ซ้อม 9 วัน พัก 1 วัน
มองผิวเผินอาจดูหนักขึ้น
แต่เขาบอกว่ามันเบากว่า 7 วัน
เพราะใน 9 วันที่ซ้อม
จะผ่อนหนักและเบา
ตามสภาพร่างกาย
ซึ่งเฉลี่ยได้มากกว่าวงจร 7 วัน
ปกติเขาจะซ้อม 2 มื้อต่อวัน
แต่มีบางวันที่มี 3 และบางวันที่มี 1
รวมไปถึงเขาบอกว่า
เมื่อเข้าโปรแกรมมาราธอนจริงๆ
ตัวเขาเองแทบจะไม่พักเลย
แค่จัดการกับความล้าและฟื้นฟูให้ทัน
บางวันอาจจ๊อกไม่ถึง 10 กิโลเมตร
ซึ่งมันฟื้นฟูได้เร็วกว่า
นอนเฉยๆ อีกเขาบอก
การเปลี่ยนวงจรนี้ทำให้
ความสมดุลกับการฟื้นตัวดีขึ้น
และคุณภาพโดยรวมถึงปริมาณ
การซ้อมก็เพิ่มขึ้นด้วย
เขาบอกว่าตอนนี้
ร่างกายรู้สึกดีมาก
🔺 สนใจข้อมูลมากขึ้น
นอกจากวงจรการซ้อม 9+1
สิ่งสำคัญที่เปลี่ยนไปสำหรับเขา
คือซ้อมตามข้อมูล Vo2Max
และ Lactate Threshold (LT)
เมื่อซ้อม Speed Work
เขาพยายามจะวิ่งให้ใกล้เคียง
กับค่า LT ให้มากที่สุด
เขาโพสต์วีดีโอการซ้อมหลายครั้ง
จะเห็นว่าต้องเจาะเลือดระหว่างวิ่ง
เพื่อจะได้ตัวเลข LT ที่แม่นยำ
ค่า LT ของคนคนเดียวกัน
ก็ไม่เหมือนกัน เพราะมันแปรผัน
ตามสนามและพื้นที่ที่ใช้ในการซ้อม
ซึ่งโอซาโกะบอกว่าตอนวิ่ง
ที่เคนย่าประมาณเพซ 3 ต้นๆ
แต่ในสนามที่บาเลนเซีย
ตอนทำลายสถิติญี่ปุ่น
กดไปได้ถึง 2 ปลายๆ
ระดับกรดแลคติกของเขา
อยู่ที่ประมาณ 2.0 - 4.0
🔺 หนึ่งในกฎที่สำคัญในตาราง
ซ้อมของโอซาโกะคือ
ก่อนแข่งมาราธอน 6 สัปดาห์
เขาจะลงแข่งฮาล์ฟ มาราธอน
1 ครั้งเพื่อฝึกความเร็ว
ซึ่งก่อนวิ่งที่บาเลนเซีย
เขาลงฮาล์ฟที่โตเกียว
ในเดือนตุลาคม และ
จบอันดับ 1 นักวิ่งญี่ปุ่น
3 สัปดาห์ก่อนวิ่งฮาล์ฟที่โตเกียว
เขาวิ่ง 5000 เมตร 2 รอบ
เพื่อกระตุ้นร่างกายอย่างรุนแรง
ให้เกิดความฟิตสูงสุดในวันแข่ง
🔺 รองเท้า
หลังจากเซ็นสัญญากับ Li-Ning
เมื่อกลางปี 2025 เขาใส่รองเท้า
ทั้งหมด 3 คู่คือ
👟 Race: Feidian 6 ELITE (สถิติญี่ปุ่น)
ราคา : 5,900 บาท (1,279 หยวน)
👟 Feidian 6 CHALLENGER
ราคา 3,700 บาท (799 หยวน)
👟 จ๊อก : Red Hare 8 Pro
ราคา 2,800 บาท (599 หยวน)
"ผมลืมความรู้สึกของ
Alphafly ไปแล้ว"
— โอซาโกะ กล่าว
รองเท้าที่ใช้แข่งขัน
รุ่น Feidian 6 ELITE
เขาจะใส่ซ้อม 2-3 ครั้งก่อน
ใส่ลงการแข่งขัน
📌 まとめ
สรุปการซ้อมของโอซาโกะ
ที่สามารถทำลายสถิติญี่ปุ่นได้
แบบสั้นๆ คือ
"ความต่อเนื่อง"
การซ้อมแบบไม่พักของโอซาโกะ
ไม่ใช่หนัก แต่วันไหนล้าก็ซ้อมน้อย
แต่พยายามซ้อมทุกวัน
ให้กล้ามเนื้อได้ขยับ
เพราะความต่อเนื่องคือหัวใจหลัก
ของการซ้อมมาราธอน

