
โอซาโกะเปิดใจหลังทำลายสถิติญี่ปุ่น, ทำไมใส่แว่น และอยากไปวิ่งที่จีน

ซูกูรุ โอซาโกะ (Li-Ning)
ให้สัมภาษณ์กับ NumberWeb
หนึ่งในสื่อไม่กี่เจ้าที่เขายอมให้สัมภาษณ์
ซึ่งเขาเดินทางกลับมาญี่ปุ่นช่วงสั้นๆ
เมื่อปลายปีที่แล้วความยาวเกือบ 40 นาที
โอซาโกะเปิดเผยเรื่องราว
การทำลายสถิติญี่ปุ่น
ที่บาเลนเซียครั้งแรก
เขาทำลายสถิติมาราธอนญี่ปุ่น
ที่ Valencia Marathon 2025
ด้วยเวลา 2:04:55 ชั่วโมง
เร็วกว่าสถิติเดิมของเคนโกะ ซูซูกิ
ไปเพียง 1 วินาที และเป็นการทำลาย
สถิติมาราธอนญี่ปุ่นครั้งที่ 3 ของเขา
"ไม่ว่าผมจะทำลายสถิติ
1 วิหรือเท่าสถิติเดิมมันไม่ต่างกันมาก
ในแง่ความรู้สึกของผม ดังนั้น
ตอนนี้ผมพอใจกับเวลานี้
และมันก็คุ้มค่ากับการซ้อมที่ผ่านมา"
— โอซาโกะ กล่าว
🔺 ทำไมใส่แว่น
โอซาโกะเล่าว่าไม่ได้มีปัญหา
เรื่องสายตา แต่ถ้าใส่ชุดลำลอง
ออกนอกบ้านจะชอบใส่แว่น
เพราะเขาเกลียดเวลาถูกถ่ายรูป
จึงพยายามไม่ทำให้เป็นจุดสนใจ
เรียกง่ายๆ ว่าพลางตัวนั่นเอง
และเวลาอยู่ญี่ปุ่นเขาจะลด
การไปที่สาธารณะ (ดังมาก
ไปไหนก็ไม่มีความเป็นส่วนตัว)
ปีที่แล้วเขายังบ่นในโซเชียลว่า
มีคนแอบถ่ายภาพเขาตอนที่
ซ้อมวิ่งในสวนที่โตเกียว
🔺 สถิติญี่ปุ่น
พิธีกรเอาเค้กช็อกโกแลต
มาร่วมแสดงความยินดี
กับโอซาโกะพร้อมกับมี
เวลาเขียนว่า 2:04:55 ชั่วโมง
"เขียนตัวเลขผิดเปล่า!
เวลาคือ 2:04:54 นะ
ป้ายที่ผมเห็นตอนเข้าเส้นชัย"
— โอซาโกะ กล่าว 😂
🔺 กลยุทธ์วันแข่งที่บาเลนเซีย
โอซาโกะเล่าว่ากลุ่มผู้นำ
จะวิ่งอยู่ 61 นาทีเมื่อผ่าน
ฮาล์ฟ มาราธอน
ซึ่งเขาบอกว่าเร็วไป
จึงวิ่งกลุ่ม 2 ที่เป้าหมาย
เวลา 62 นาที
"ผมเลือกวิ่งที่เพซ 2:58-59 นาที
ซึ่งเป็นความเร็วที่หนักแต่ไหว
และสูญเสียพลังงานน้อย"
— โอซาโกะ กล่าว
เขายังบอกว่าแรกๆ เหมือนเร็วไป
แต่พอผ่าน 5 กิโลเมตรเริ่มเข้าที่
และถึง 8 กิโลเมตร วิ่งได้สบายเลย
และคงความเร็วแบบนิ่งๆ ได้
กลุ่ม 2 ผ่านฮาล์ฟ มาราธอน
เวลาประมาณ 62.40 นาที
ซึ่งมีประมาณ 15 คนโอซาโกะบอก
"มันไม่ใช่ความเร็วที่เร็วมากนัก
ดังนั้นกลุ่มจึงค่อนข้างใหญ่"
— โอซาโกะ กล่าว
มีบางช่วงที่เขาหล่นไปท้ายกลุ่ม
แต่ไม่ใช่เพราะหมดแรง
เขาบอกว่าจุดนั้นวิ่งง่ายกว่า
เมื่อผ่าน 25 กิโลเมตร
เปโตรส เจ้าของเหรียญเงิน
ชิงแชมป์โลก ที่โตเกียว และ
นักวิ่งคนอื่นๆ ในกลุ่มที่ 2 ก็เร่งฝีเท้าขึ้น
แต่โอซาโกะไม่ตามไป
เขาพยายามคุมความเร็ว
แบบนิ่งๆ ต่อไป
ไม่ให้ช้าเกินเพซ 3
เมื่อเพซเซอร์ออกไป
ในกิโลเมตรที่ 30
เหมือนการแข่งขันเริ่มขึ้น
แต่โอซาโกะยังนิ่ง เขาวิ่ง
ในจังหวะของตัวเอง
ไม่แปรผันตามความเร็ว
ที่หลายคนเริ่มเร่งขึ้น
เขายังคงวิ่งด้วยเพซ 2:57-58
และบอกว่าไม่รู้สึกว่าฝืนไป
และขาก็ปล่อยไหลไปได้เรื่อยๆ
เป็นความเร็วที่สบาย
เขารู้ตัวว่ามีโอกาสทำลาย
สถิติญี่ปุ่นเมื่อเหลืออีก
ไม่กี่ร้อยเมตรสุดท้าย
400 เมตรสุดท้าย
เขามองดูนาฬิกา
นั่นทำให้เขาเร่งความเร็วขึ้น
เพื่อสถิติญี่ปุ่นครั้งที่ 3 ของตัวเอง
และสุดท้ายเข้าเส้นชัย
เวลา 2:04:55 ชั่วโมง
ทำลายสถิติมาราธอนญี่ปุ่น
🔺 เร็วกว่านี้ได้ไหม?
โอซาโกะบอกว่าเขายังรู้สึกว่า
ตัวเองสามารถทำ New PB ต่อไปได้
ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
"มันน่าสนใจว่า
เราจะไปได้ไกลแค่ไหน
ในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้"
— โอซาโกะ กล่าว
🔺 ใส่ Li-Ning ลงมาราธอนครั้งแรก
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่โอซาโกะ
ใส่รองเท้า Li-Ning ลงวิ่งมาราธอน
หลังจากเมื่อตุลาคม
เขาใส่ลงสนามแข่งครั้งแรก
ที่โตเกียว ในระยะฮาล์ฟ มาราธอน
ด้วยผลงานอันดับ 1 ของนักวิ่งญี่ปุ่น
"หลังวิ่งจบ 42.195 กิโลเมตร
ผมคิดว่าเป็นรองเท้าที่ดีมาก"
— โอซาโกะ กล่าว
เขาขยายความต่อว่า
มันแปลกมากรองเท้าคู่นี้
ยิ่งใส่ ยิ่งเข้าใจวิธีใช้มันมากขึ้น
ตอนออกสตาร์ทแรกๆ
อาจต้องใช้ปลายเท้าช่วยหน่อย
แต่เมื่อเครื่องร้อน และรอบขาเข้าที่
คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังกลิ้ง
และพุ่งไปข้างหน้า
เหมือนไม่ได้ใช้แรงเลย
ทั้งเรื่องการซับแรงกระแทก
และแรงสะท้อนจากคาร์บอนดีมาก
"ผมคิดว่าเป็นรองเท้าที่
มีความสมดุลดีมาก"
— โอซาโกะ กล่าว
โอซาโกะเคยบอกว่า
เขาปรับตัวเข้ากับรองเท้า
ตอนใส่ Nike เขาจะลง
ปลายเท้ามาก แต่เมื่อเป็น Li-Ning
จะลงกลางเท้าเป็นส่วนมาก
"การลงเท้าตรงกลาง
ก็เพื่อดึงประสิทธิภาพของ
การซับแรงกระแทกอย่างเต็มที่
แล้วรับแรงสะท้อนกลับมา"
— โอซาโกะ กล่าว
รวมถึงท่าวิ่งด้วย เขาบอกว่า
มันคล้ายกับการวิ่งระยะสั้น
ที่เขาผลงานดีขึ้นครั้งนี้
ไม่ใช่แค่เรื่องรองเท้าหรอก
"รองเท้าก็ส่วนหนึ่งครับ
อีกส่วนสำคัญคือวิธีการซ้อม
ที่เปลี่ยนไปของผม"
— โอซาโกะ กล่าว
ทำให้ Running Economy
ของเขาดีขึ้นมาก
แน่นอนว่าการไปซ้อมที่เคนย่า
หลังแข่งฮาล์ฟที่โตเกียวเสร็จ
เดือนตุลาคมก็มีส่วนทำให้เขา
แข็งแกร่งขึ้น
🔺 ใส่รองเท้าใหม่ลงแข่งไหม?
คู่ที่เขาใส่ทำลายสถิติญี่ปุ่นครั้งที่ 3
เขาใส่มาประมาณ 2-3 ครั้งแล้ว
โดยเฉพาะในการซ้อมหนัก
2 ครั้งก่อนแข่ง
🔺 อัตราการเต้นหัวใจ
อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด
ตอนแข่งที่บาเลนเซียของ
โอซาโกะคือ 184 และเฉลี่ย
ตลอดการแข่งขัน 169 ครั้งต่อนาที
🔺 ดูอะไรบ้างตอนแข่ง
"ส่วนใหญ่เป็นเวลา ผมพยายาม
ไม่โฟกัสที่อัตราการเต้น
ของหัวใจมากเกินไป"
— โอซาโกะ กล่าว
นับตั้งแต่เปลี่ยนรูปแบบการซ้อมใหม่
เขาให้ความสำคัญกับข้อมูลมากขึ้น
ซึ่งเขาจะซ้อมด้วยความเร็ว
ระดับ LT มากขึ้น
แต่เขาบอกไม่ได้ว่าคือเพซไหน
เพราะมันแปรผันตามสนาม
และพื้นที่ที่ใช้ในการซ้อม
แต่โอซาโกะบอกว่า
สนามที่บาเลนเซีย LT
ของเขาอยู่ที่ต่ำกว่า 3 นาที
นั่นหมายความว่าระดับ
กรดแลคติกของเขาอยู่ที่
ประมาณ 2.0 - 4.0
"ที่เคนย่า ผมใช้เวลาประมาณ
3 นาทีกว่า แต่วันแข่งที่บาเลนเซีย
เร็วขึ้นเหลือ 2 นาทีปลายๆ"
— โอซาโกะ กล่าว
🔺 ลูปการซ้อม 9 วัน
ผมเคยเล่าเรื่องการซ้อม
ลูป 9 วันของโอซาโกะ
แบบละเอียดไปแล้ว
เดี๋ยวใส่ลิงก์ไว้ในคอมเม้นท์
แต่ขอเล่าสั้นว่าๆ
มาราธอนที่บาเลนเซียนี้
เป็นมาราธอนแรกของโอซาโกะ
ในรอบ 1 ปีนับจากลงวิ่งซ้อม
ที่ฮาวาย ปลายปี 2024 และถอนตัว
จากโตเกียว 2025
เขาเปลี่ยนลูปการซ้อมใหม่
จาก 7 วันเป็น 9 วัน
เขาบอกว่าพักน้อยลง
แต่ประสิทธิภาพการซ้อมดีขึ้น
โอซาโกะเล่าว่าในช่วงเข้า
โปรแกรมซ้อมเขาแทบจะ
ไม่พักเลยแม้แต่วันเดียว
แต่จะออกแบบให้มีหนักเบา
ตามสภาพร่างกาย บางวันก็วิ่ง
แค่ 10 กิโลเมตรแค่มื้อเดียว
ทำให้ระยะสะสมของเขา
เพิ่มขึ้นอย่างมากตลอด
1 ปีที่ผ่านมา
🔺 ย้อนถึงปารีส 2024
อย่างที่เราทราบว่า
โอซาโกะโชว์ฟอร์มไม่ออก
ในโอลิมปิกที่ปารีส
เขาบอกว่าตอนนั้น
ใช้ลูปซ้อม 7 วันซึ่งหนักเกินไป
และ Overtraining
ทำให้ล้ามากในวันแข่ง
ตอนนั้นเขาจะวิ่ง 3-4 ครั้งต่อวัน
ประมาณ 2 ชั่วโมงตอนเช้า
และช่วงสาย, ช่วงบ่าย
รวมไปถึงฝึกกล้ามเนื้ออีก
สัปดาห์ละ 2 วันและมี Long Run อีก
แถมยังชอบใส่ Nike Alphafly
ลงซ้อมบ่อยด้วย เขาบอกว่า
เพราะมันสนุกดีเวลาใส่
หลังจบจากปารีส
ทำให้เขาคิดทบทวนการซ้อมใหม่
และกลับสู่จุดเริ่มต้นที่ลูป 9 วัน
ซึ่งเขาเคยใช้ตอนที่
ซ้อมลงมาราธอนแรก
🔺 เป้าหมาย
ตอนนี้โอซาโกะ
ลงแข่งเมเจอร์ มาราธอนไปแล้ว
ที่บอสตัน โตเกียว ชิคาโก
และนิวยอร์ก แต่เขายัง
ไม่เคยลงสนาม ลอนดอน เบอร์ลิน
หรือซิดนีย์
"ผมไม่ได้สนใจ
ไล่เก็บเมเจอร์หรอก
มันดูไร้สาระไปหน่อย (หัวเราะ)"
— โอซาโกะ กล่าว
เขาบอกว่าตอนนี้อายุ 34 แล้ว
ไม่ใช่เด็กที่ต้องวางเป้าหมาย
แบบระยะยาว 5 ปี 10 ปี
"ผมอยากมุ่งเน้นไปที่ปัจจุบัน"
— โอซาโกะ กล่าว
ไม่ยึดติดกับความสำเร็จ
จากการทำลายสถิติญี่ปุ่นนานนัก
เขากลับญี่ปุ่นสั้นๆ ช่วงปลายปี
และเดินทางกลับเมืองโบลเดอร์,
สหรัฐอเมริกา ทันทีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
เพื่อลงซ้อมต่อเตรียมลงแข่ง
Tokyo Marathon 2026
ในวันที่ 1 มีนาคมนี้
แม้เขาจะไม่เปิดเผยเป้าหมาย
ในอนาคตแบบชัดเจน
แต่ก็กล่าวเป็นนัยๆ ว่า
"การวิ่งในจีนก็น่าสนใจ
และคงต่างจากหลาย
สนามที่ผมเคยวิ่ง อีกทั้งยังเป็น
ประเทศของ Li-Ning
ที่สนับสนุนผมอีก"
— โอซาโกะ กล่าว
🔺 MGC 2027 จะลงแข่งไหม?
จากผลงานที่บาเลนเซีย
โอซาโกะผ่านเข้าแข่ง
MGC Final 2027 ซึ่งจะแข่ง
ในช่วงฤดูกาลใบไม้ร่วง
เพื่อคัดทีมชาติญี่ปุ่นลงแข่ง
โอลิมปิกที่ลอสแองเจลิส 2028
ซึ่งแชมป์เท่านั้นที่การันตีได้วิ่ง
ส่วนอันดับ 2 ต้องลุ้นอีกหลายต่อ
อาจไม่คุ้มที่ต้องเสี่ยง
"แน่นอน โอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิส
ก็ดึงดูดใจ แต่การไม่เข้าร่วมก็ไม่เสียหาย"
— โอซาโกะ กล่าว
เพราะ MGC จะแข่งในช่วง
เดียวกับชิงแชมป์โลกที่
ปักกิ่ง 2027 เวลาห่างกัน
ไม่ถึง 2 เดือน การลงแข่งทั้งคู่
แทบเป็นไปไม่ได้
โดยส่วนตัวผม (แอดมิน)
เชื่อว่าโอซาโกะจะเลือกชิงแชมป์โลก
เพราะเวลาที่เขาทำได้ตอนนี้
แทบจะการันตีเข้าแข่งขัน
อีกทั้งกว่าจะถึงโอลิมปิกก็นานไป
ซึ่งก็ไม่รู้สภาพร่างกาย
จะเป็นไงในตอนนั้น
อีกทั้งตอนนี้เขาอยู่ใน
สภาพที่ฟิตสมบูรณ์
ลงแข่งชิงแชมป์โลกก่อน
ส่วนโอลิมปิกที่ลอสแองเจลิส
ถ้าไม่ลงแข่ง MGC ก็ยังมีอีกโควต้า
ให้ลุ้นคือ MGC Final Challenge
รูปแบบคือ JAAF จะกำหนดเวลามา
ถ้าใครทำได้ก็ได้ไปลอสแอนเจลิส
หรือทำ MGC FastPass
ที่เวลา 2:03:59 ชั่วโมง (ก่อนแข่ง MGC)
กลับมาที่โอซาโกะ
"ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
กับการที่ไม่ลงแข่ง MGC
บางทีอาจมีรายการอื่น
ที่สนุกและท้าทายกว่าก็ได้"
— โอซาโกะ กล่าว
🔺 พบกับเคนโกะ ซูซูกิ
ไม่กี่วันก่อนให้สัมภาษณ์
ในช่วงปลายเดือนธันวาคม
โอซาโกะได้มีโอกาสทานอาหาร
และพูดคุยกับเคนโกะ ซูซูกิ
อดีตเจ้าของสถิติญี่ปุ่น
ซึ่งโอซาโกะเล่าว่า
พวกเขาคุยกันหลายเรื่อง
ทั้งอนาคตและการทำ
กิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน
และต้นปี 2026
เคนโกะ ซูซูกิ เขาเดินทาง
ไปหาโอซาโกะที่อเมริกาอีกด้วย
