
บทสัมภาษณ์โอซาโกะทำไมเลือก Li-Ning

ในอนาคตพวกคุณ
จะใส่ Li-Ning กันหมด 😂
— โอซาโกะกล่าว
ซูกูรุ โอซาโกะ (Li-Ning)
กำลังจะลงแข่งมาราธอน
ครั้งแรกในรอบ 1 ปีที่บาเลนเซีย
วันที่ 7 ธันวาคม
โอซโกะได้ให้สัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คูลซีฟ
กับ Number Web สื่อญี่ปุ่น
เปิดเผยเรื่องราวหลายเรื่อง
เช่น
※ ต้องการ PB ในวัย 34
※ การซ้อมในปัจจุบัน
※ วงการวิ่งญี่ปุ่น
※ Nike ไม่ให้ความสำคัญ
※ สร้างมูลค่ากับ Li-Ning
※ ภาพลักษณ์และตัวตน
ซึ่งมีสื่อไม่กี่เจ้าที่ได้สัมภาษณ์
เขาแบบยาวๆ ขนาดนี้
บทความนี้ค่อนข้างยาว
ผมสรุปเรื่องที่ (คิดว่า) ทุกคนอยากรู้เลย
ในอนาคตอันใกล้เราจะได้เห็นแบรนด์ของ
ซูกูรุ โอซาโกะ โดย Li-Ning
เฉกเช่นเดียวกับที่ NIKE ทำ
Air Jordan ให้ Michael Jordan
นี่คือเหตุผลหลัก
ที่เขาไม่อยู่กับ NIKE
เพราะพี่กี้ไม่ได้มองว่าโอซาโกะ
สามารถเพิ่มมูลค่าให้พวกเขาได้
ก็แค่นักวิ่งที่ขายได้ในญี่ปุ่นเท่านั้น
ผมเพิ่งไปจีนมาล่าสุด
สื่อต่างๆ และหน้าร้านของ Li-Ning
ไม่มีรูปหรือพูดถึงโอซาโกะเลย
คาดว่าจะรอเปิดตัวอะไรบางอย่าง
ก็เป็นได้ ซึ่งเขาได้ใบ้ไว้ในบท
สัมภาษณ์นี้ด้วย ผมจึงนำมาตีความ
เป็นเรื่องราวข้างต้น
ใครอยากอ่านต่อยาวๆ
ในหลายเรื่องของโอซาโกะ
เชิญอ่านต่อได้
🔺 เตรียมวิ่งบาเลนเซีย
เป้าหมายของเขาในครั้งนี้
ที่บาเลนเซียคือ New PB
(2 ชั่วโมง 05 นาที 29 วินาที)
ที่เลือก Valencia Marathon
เขาบอกว่าเพราะเป็นสนาม
ที่ความเร็วสูงและนักวิ่งก็แข่งขันสูง
ทำให้มีโอกาสที่จะทำ PB ได้
เดือนตุลาคมที่ผ่านมา
เขาลงแข่งฮาล์ฟที่โตเกียว
จบเวลา 1:01:45 ชั่วโมง
และบอกว่าเป็นไปตามแผน
สำหรับการซ้อมมาราธอน
"ตามตารางซ้อมมาราธอน
ของผม มักจะมีวิ่งฮาล์ฟ
1 ครั้ง 6 สัปดาห์ก่อนแข่ง
ซึ่งมีงานที่โตเกียวพอดี"
— โอซาโกะ กล่าว
หลังจบฮาล์ฟที่โตเกียว
เขาเดินทางไปซ้อมที่เคนย่า
ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการฝึก
🔺 ความสำคัญ
มาตรฐานในการซ้อม
ของโอซาโกะเขาบอกว่า
จะดูที่ VO2Max เป็นหลัก
3 สัปดาห์ก่อนวิ่งฮาล์ฟที่โตเกียว
เขาวิ่ง 5000 เมตร 2 รอบ
เพื่อกระตุ้นร่างกายอย่างรุนแรง
ให้เกิดความฟิตสูงสุดในวันแข่ง
"การซ้อมของผมจะอิง
อยู่ 2 อย่างคือวงจร และ ข้อมูล"
— โอซาโกะ กล่าว
เขาขยายความว่าเปลี่ยนวงจรการซ้อม
จาก 7 วันเป็น 9 วันโดยพื้นฐานแล้วเขาจะพัก
แค่ 1 วันจาก 10 วัน
ซึ่งช่วยให้เขาสามารถ
ยกระดับร่างกายของตัวเอง
ไปทีละขั้นโดยไม่หักโหม
เขายกตัวอย่างว่า
ถ้าเป็น 7 วันเหมือนเดิม
มันจะหักโหมเกินไป
แม้วันพักจะน้อยลงแต่
ใน 9 วันที่ซ้อม เขาก็มี
ปรับลดความหนักเบาลง
การเปลี่ยนวงจรทำให้
ความสมดุลกับการฟื้นตัวดีขึ้น
และคุณภาพรวมถึงปริมาณ
การฝึกก็เพิ่มขึ้นด้วย
เขาบอกว่าตอนนี้
ร่างกายเขารู้สึกดีมาก
นอกจากนี้ในฐานะนักวิ่งอาชีพ
เขาไม่มีข้อจำกัดเหมือนนักเรียน
หรือนักวิ่งองค์กร จึงทุ่มเทเวลาเต็มที่
ไปกับการซ้อม โดยที่ไม่ยึดติด
กับวันในสัปดาห์
🔺 เริ่มเปลี่ยนตอนไหน?
โอซาโกะเล่าว่าเขาเพิ่ง
เริ่มเปลี่ยนวงจรการวิ่ง
เป็น 10 วันเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา
ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา
เพราะเขาเคยใช้วงจรนี้
ตอนปี 2017 เตรียมแข่งบอสตัน
แน่นอนว่าความถี่
ของการซ้อมหลักจะสูงขึ้น
และตารางจะหนักขึ้น
แต่เขาก็ใส่ใจในการ
ฟื้นตัวของร่างกายมากขึ้น
เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่
วงจรการซ้อมถัดไป
เมื่อวานนี้ (วันก่อนสัมภาษณ์)
เขาวิ่ง 18 กม ในตอนเช้า
และอีก 8 กม ในตอนบ่าย
ระยะทางการวิ่งใน 1 วงจรเพิ่มขึ้นมาก
แต่ก็มีหลักฐานจากข้อมูล
ที่ยืนยันว่าเขากำลังพัฒนาขึ้น
"ผมรู้สึกว่าขอบเขตของร่างกาย
ที่ผมสามารถควบคุมได้กว้างขึ้น"
— โอซาโกะ กล่าว
🔺 วัย 34 สนใจข้อมูลมากขึ้น
โอซาโกะเล่าว่าคนนอก
อาจมองว่ามันตื่นเต้น
แต่สำหรับผมไม่ได้มองว่า
มันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
"ในแง่ของตัวเลข
ผมไม่เพียงดู VO2Max เท่านั้น
แต่ยังเริ่มดู Lactate Level
อย่างจริงจังด้วย"
— โอซาโกะ กล่าว
เขายังย้อนกลับไปถึง
การเตรียมตัวลงแข่งโอลิมปิก
ที่ปารีสว่าตอนนั้นไม่ได้
สนใจข้อมูลพวกนี้มากนัก
ดูแค่อัตราการเต้น
ของหัวใจและเพซเท่านั้น
แต่ในปีนี้เขาจึงอยาก
ลองเปลี่ยนแปลงดูบ้าง
"เมื่อเราติดตามตัวเลขต่างๆ
ก็จะเห็นว่าสภาพร่างกาย
กำลังพัฒนาขึ้น และในแง่หนึ่ง
ก็ช่วยให้เราสามารถมีสมาธิ
อยู่กับตัวเองได้ง่ายขึ้นครับ"
— โอซาโกะ กล่าว
🔺 Lactate Threshold - LT
โอซาโกะบอกว่า
หากเราเข้าใจวิธีที่จะ
ยกระดับค่า LT ได้อย่างถูกต้อง
ก็จะค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
ในการเพิ่มความแข็งแรง
"ในช่วงต้นวัย 20 ปี
ผมเคยเน้นไปที่ VO2Max
อย่างเดียวมาตลอด
แต่ก็รู้สึกว่าค่อนข้างทรมาน"
— โอซาโกะ กล่าว
ยิ่งไปกว่านั้นเขาบอกว่า
นักกีฬาที่ซ้อมกับเขาหลายคน
ต้องบาดเจ็บหรือล้มเลิกไป
การฝึกที่กระตุ้นหัวใจอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ความเหนื่อยล้าสะสม
จนไม่สามารถฝึกซ้อมได้ต่อเนื่อง
🔺 มองอนาคตวงการวิ่งญี่ปุ่น
"เมื่อมองไปในอีก 10 ปีข้างหน้า
ผมคิดว่าวงการวิ่งระยะไกล
ของญี่ปุ่นค่อนข้างน่าเป็นห่วงเลย"
— โอซาโกะ กล่าว
ชิคาโก มาราธอน 2025
เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
คอนเนอร์ แมนซ์ ทำสถิติอเมริกา
เวลา 2 ชั่วโมง 4 นาที 43 วินาที
พวกเขาแซงหน้าสถิติญี่ปุ่นไปแล้ว
โอซาโกะบอก
เขายังวิเคราะห์ต่อว่า
เมื่อดูการแข่งชิงแชมป์โลก
ที่ผ่านมา จะเห็นว่านักวิ่งญี่ปุ่น
ทำผลงานได้ไม่ดีในระยะ
1500 เมตร, 5000 เมตร
และ 10,000 เมตร
และสิ่งนี้จะกระทบกับการวิ่ง
ฮาล์ฟ มาราธอนและมาราธอน
ของนักวิ่งญี่ปุ่นในอนาคตแน่นอน
— โอซาโกะตั้งคำถามว่า
สถิติของญี่ปุ่นดีขึ้นเรื่อย ๆ
แต่เมื่อเทียบกับสถิติของ
สหรัฐอเมริกาและของโลก
แล้วเป็นอย่างไร?
อันดับโลกซึ่งเป็นตัวชี้วัด
เชิงเปรียบเทียบนั้น
ลดลงอย่างมากใช่ไหม?
ผมอยากให้นักกีฬา โค้ช
และสื่อมวลชนจำนวนมาก
หันมาให้ความสนใจกับเรื่องนี้
และตระหนักถึงวิกฤตนี้
ผมเองรู้สึกถึงวิกฤตนี้
และมีความมั่นใจที่ได้รับ
การสนับสนุนด้วยข้อมูลว่า
ผมยังสามารถแข่งขัน
ในระดับสูงได้
ดังนั้นผมจึงตั้งใจ
ที่จะเตรียมพร้อม
สำหรับการแข่งขัน
ไม่ว่าจะเป็นที่บาเลนเซีย
หรือรายการอื่น ๆ
คอนเนอร์ แมนซ์
วิ่งมาราธอนแรกปี 2022
เวลา 2 ชั่วโมง 8 นาที
ในเวลาแค่ 3 ปีเขากดเวลาลง
ไปประมาณ 3 นาที
🔺 กระบวนการของคอนเนอร์
โอซาโกะบอกว่าเขาก็ศึกษา
และหาข้อมูลของแมนซ์อยู่บ้าง
ก่อนแข่งขันแมนซ์จะวิ่ง
ประมาณ 210 กม ต่อสัปดาห์
และน่าจะมีวันพักในวันอาทิตย์
เนื่องจากเหตุผลทางศาสนา
ถ้าเราตามดูเรื่องนี้อย่างละเอียด
เราน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
เช่น เขาฝึกซ้อมโดยตั้งเป้าไป
ที่ค่า VO2Max และ LT
ในอัตราส่วนเท่าใด
และที่ระดับความสูงเท่าใด
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ
ชิคาโก มาราธอน
เขาไม่ได้เป็นคนตัวสูงนัก
(เหมือนนักวิ่งญี่ปุ่น)
และเมื่อเทียบกับนักกีฬา
เชื้อสายแอฟริกัน รูปแบบการวิ่ง
ของเขาก็อาจจะไม่ได้ดูสวยงาม
แล้วนักกีฬาคนนี้วิ่งมาราธอน
ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 4 นาทีได้อย่างไร?
เรื่องนี้น่าสนใจมากโอซาโกะบอก
เมื่อคิดว่าทำไมเขาเปิด
ข้อมูลการซ้อมของตัวเอง
"เขาคงคิดว่ารู้ไป
ก็ทำตามไม่ได้อยู่ดี (หัวเราะ)"
— โอซาโกะ กล่าว
โอซาโกะบอกว่า
เขาเองเป็นคนประเภทที่
ไม่ค่อยเปิดเผยการฝึกซ้อม
ให้คนอื่นเห็น แต่เขาชอบดู
ข้อมูลพวกนี้จากนักวิ่งเก่งๆ
ที่เปิดเผยข้อมูลการซ้อม
เพื่อนำไปอ้างอิงและความรู้
🔺 ทำไมเลือก Li-Ning จากจีน
การย้ายค่ายจาก NIKE
ไปสู่ผู้ผลิตหน้าใหม่จากจีน
ก็กลายเป็นประเด็นร้อน
ของโอซาโกะที่ถูกพูดถึงอย่างมาก
โดยเฉพาะในญี่ปุ่น
คนญี่ปุ่นเขาค่อนข้าง
มองคำว่า Made in China
ในแง่ลบกว่าไทยเยอะ
เพราะคำว่า Japan
พวกเขาภูมิใจในคุณภาพ
ของที่พวกเขาผลิต
โอซาโกะบอกว่า
อย่างแรกเลยคือ
พวกเขาต้องการผมอย่างมาก
กระตือรือร้นและติดต่อ
พูดคุยกับผมอยู่ตลอด
"พูดตามตรงนะ
เรื่องนี้มีส่วนสำคัญอย่างมาก
ในการตัดสินใจของผม"
— โอซาโกะ กล่าว
และเขาบอกว่าเมื่อได้ลอง
ใส่รองเท้าและใช้ผลิตภัณฑ์
จาก Li-Ning มันก็ดีด้วย
รวมถึงช่วงเวลาที่เขา
จะเป็นนักกีฬาได้
ก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน
ช่วงเวลาคือ?
โอซาโกะบอกว่าก็ไม่รู้ว่า
จะเป็นนักวิ่งอาชีพต่อได้อีกกี่ปี
สักวันมันก็ต้องเลิก ไม่ว่าจะเป็นใคร
เมื่อคิดเช่นนั้นและ
จินตนาการว่าตัวเขาในอีก
5 ปี 10 ปีข้างหน้า
จะเป็นอย่างไร
หากยังคงอยู่กับ NIKE ต่อไป
แต่ภาพนั้นก็ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่
แน่นอนว่าเขาได้พูดคุย
กับทาง NIKE หลายครั้ง
และได้แจ้งความต้องการไป
แต่ NIKE กลับบอกว่า
เราคงร่วมมือกับคุณได้นิดหน่อย
"ซึ่งมันน้อยกว่าสิ่งที่
Li-Ning ให้กับผมมาก"
— โอซาโกะ กล่าว
🔺 สิ่งที่ Li-Ning มอบให้
โอซาโกะบอกว่าในฐานะนักกีฬา
เขาต้องการเพิ่มมูลค่าสิ่งที่เรียกว่า
ทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเอง
อย่างโครงการ Sugar Elite
ที่เขาปลุกปั้นมากับมือ
ก็คือหนึ่งในนั้น
รวมถึงบทบาทในตำแหน่ง
Playing Manager ที่ GMO ด้วย
อาจจะยังไม่เป็นรูปธรรมในตอนนี้
รวมถึงหลายเรื่อง
คนของ Li-Ning ก็เข้ามาช่วย
เรื่องนี้และทำงานกับเขาอย่างใกล้ชิด
ถ้าเป็นนักกีฬาที่อยู่ใน
ระดับสูงสุดของวงการนั้นๆ
อย่าง คิปโชเก้ ในวงการวิ่ง
หรือ ไมเคิล จอร์แดน,
โคบี ไบรอันท์ ในบาสเกตบอล
ทรัพย์สินทางปัญญา
ในฐานะนักกีฬาของพวกเขา
ถูกสร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ
พร้อมๆ กับแบรนด์ NIKE
แต่ในระดับของผม
การรักษาคุณค่าเอาไว้
เป็นเรื่องยากหากไม่สร้างเอง
ซึ่ง NIKE ไม่ได้มองผมแบบนั้น
พวกเขามองแค่ โอซาโกะ เป็น
ไอคอนสำหรับญี่ปุ่นเท่านั้น
แต่ Li-Ning พวกเขาสนใจผม
ให้ความสำคัญและชื่นชม
ในความพยายามของผมมาก
นั่นคือหนึ่งในเหตุผล
ที่ผมเลือก Li-Ning
การเซ็นสัญญากับพวกเขา
ทำให้ผมคิดว่าผมสามารถ
ทำสิ่งใหม่ๆ และสร้างคุณค่าใหม่ๆ
ในวงการวิ่งได้
🔺 สินค้าจากจีนไม่แย่
ตอนที่โอซาโกะประกาศ
เปิดตัวเซ็นสัญญากับ Li-Ning
ผู้คนในโซเชียลต่างแสดงความเห็นว่า
ถึงยุคตกต่ำแล้ว ทำไมเลือกผู้ผลิต
ที่ไม่มีใครรู้จักจากจีน
นี่เรื่องจริงไม่ใช่มุก
นักวิ่งญี่ปุ่นที่ไม่ใช่สายรองเท้า
พวกเขาจะไม่รู้จักแบรนด์
รองเท้าและเสื้อผ้ากีฬาจากจีนเลย
"ผมเห็นคอมเมนต์เหล่านั้น
เพราะอยากรู้ว่าคนพูดอะไร (หัวเราะ)
คนเหล่านั้นควรเปลี่ยนความคิด
ด้านลบของ Made in China
ได้แล้ว มองดูรอบๆ สิ สินค้าต่างๆ
ที่คุณใช้ก็จากจีนทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น
นาฬิกา COROS หรือหูฟัง
อย่าง Shokz คุณกำลังใช้สินค้า
จากจีนโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้"
— โอซาโกะ กล่าว
🔺 มองที่แก่นแท้
โอซาโกะบอกว่า
หลายคนเห็นเขาใส่รองเท้า Li-Ning
จะชอบบอกว่านี่เลียนแบบ NIKE
"สำหรับผมคิดว่า
คนที่มีมุมมองแบบนี้
เป็นพวกล้าหลัง
ที่ทำได้แค่พึ่งพามูลค่า
ที่คนรอบข้างสร้างขึ้นเท่านั้น"
— โอซาโกะ กล่าว
เขาบอกว่าเราต้องมองที่แก่นแท้
มองหาบางสิ่งนอกเหนือ
จากตัวผลิตภัณฑ์
และจินตนาการถึงอนาคต
"ในอนาคตอันใกล้
พวกคุณก็จะใส่ Li-Ning
กันทุกคนแหละ (หัวเราะ) "
— โอซาโกะ กล่าว
เขาเล่าต่อว่า
หากย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น
ของ NIKE เองก็ใช้ Asics
เป็นแบบอย่าง
พวกเขาเป็นบริษัทที่นำเข้า
รองเท้าของ Onitsuka
ไปขายในอเมริกาตั้งแต่แรกเริ่ม
จากจุดนั้นพวกเขา
ได้พัฒนาและก้าวไปข้างหน้า
พูดอย่างตรงไปตรงมาคือ
ลอกเลียนแบบ Asics แล้ว
สั่งสมเทคโนโลยีและ
สร้างสรรค์นวัตกรรม
ในแบบฉบับของตัวเอง
สมัยที่ผมเริ่มใส่ NIKE
ในมหาวิทยาลัย รองเท้า Mizuno
และ Asics ยังคงเป็นที่นิยม
และมีคนพูดว่ารองเท้า NIKE
ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ?
จะดีเหรอ?
แต่เมื่อมีรองเท้าพื้นหนาออกมา
ทุกคนก็เริ่มหันมาใส่ NIKE
เหมือนปรากฏการณ์โดมิโน่
ตอนนี้ผู้ผลิตรายอื่นๆ
เช่น Adidas, Asics ก็กำลัง
พยายามไล่ตามอย่างหนัก
และตามทันด้วย
🔺 รองเท้า
โอซาโกะบอกว่าปัจจุบัน
จะใช้ FEIDIAN 6 ELITE
ในการแข่ง รวมถึงรุ่นรองลงมา
อย่าง CHALLENGER ด้วย
และการจ๊อกจะใช้ RED HARE
"RED HARE น่าจะมาจากชื่อม้า
ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์จีน
ผมยังไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้มากนัก"
— โอซาโกะ กล่าว
เมื่อมองเฉพาะรองเท้า
โอซาโกะบอกว่าคุณภาพดี
สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น
"โดยพื้นฐานแล้วผมไม่ได้
เชื่อความรู้สึกของตัวเอง
ต่อรองเท้ามากนัก
พูดอีกอย่างคือผมปรับร่างกาย
ให้เข้ากับรองเท้ามากกว่า
ผมลืมความรู้สึกของ
Alphafly ไปแล้วด้วยซ้ำ"
— โอซาโกะ กล่าว
🔺 ปล่อยวาง
โอซาโกะบอกว่าเขา
ค่อยๆ ปล่อยวางทางจิตใจ
มาตั้งแต่ปีที่แล้ว
เขารู้สึกว่าชีวิตง่ายขึ้นมาก
หากเราทำสิ่งที่ต้องการโดยยึด
ตัวเองเป็นหลัก โดยไม่ต้อง
นำคนอื่นมาเทียบและเขาคิดถึงคำว่า
Authentic ตลอดเวลา
ในญี่ปุ่นมีนักวิ่งอาชีพ
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่
อาชีพคืออะไรกันแน่?
นักข่าวจึงพูดกับเขาว่า
"คุณเป็นนักวิ่ง Authentic
คนแรกของญี่ปุ่นเลยนะ"
โอซาโกะตอบกลับว่า
"ถ้าผมจะสักตัวอักษรสักคำ
ครั้งต่อไปคงเป็นคำว่า
Authentic นี่แหละ (หัวเราะ)"
